กับหนทางเซียนนี้ และจิตรับรู้กลุ่มหนึ่งของข้าจะคุ้มครองที่นี่ร่วมกับพวกเจ้า เมื่อข้าตั้งเขตอาคมที่นี่แล้ว คนที่ต้องการผ่านหนทางเซียนทุกคนล้วนต้องได้รับการอนุญาตจากพวกเจ้า”
เฟิ่งจิ่วมองสองคนพลางกล่าว จากนั้นหมุนกายไปตั้งเขตอาคมบนหนทางเซียน สุดท้ายจึงค่อยเอ่ยว่า “พวกเจ้าเข้าไปดูเถอะ! วันหน้าจะฝึกบำเพ็ญในนั้นก็ได้”
“ขอรับ” สองคนปกปิดความตื้นตันภายในใจ หลังจากสบตากันแล้ว พวกเขาจึงเดินไปทางหนทางเซียน
ทุกคนข้างล่างไม่ได้ยินว่าพวกเขาพูดคุยอะไรกัน รู้เพียงว่าซื่อเชวียและมู่ซินเข้าไปในหนทางเซียนนั้นแล้ว เงาร่างค่อยๆ เลือนหายไปกลางเมฆขาว ก่อนจะหายไปอย่างไร้ร่องรอย
ซื่อเชวียและมู่ซินเดินอยู่กลางหนทางเซียน รู้สึกแค่ว่าจิตวิญญาณของตนเองวูบไหว รับรู้ถึงหนทางเซียนนี้ไว้ในห้วงสมองทั้งหมด ทุกมุมล้วนชัดเจนหาใดเปรียบ
นอกจากนี้ในนี้ยังมีค่ายกลรวมวิญญาณอยู่สองแห่ง ปราณพลังวิญญาณเข้มข้นไม่ได้ด้อยไปกว่าถ้ำในสำนักของพวกเขาสักนิด ที่สำคัญยิ่งกว่านั้น ที่นี่เงียบสงบ เขตอาคมแข็งแกร่ง อีกทั้งยังเคลื่อนไหวตามความคิดของพวกเขา
สองคนเดินกันอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนกลับมาถึงตรงหน้าเฟิ่งจิ่วและเซวียนหยวนโม่เจ๋อที่อยู่ข้างนอก “อาจ