ียมไปเปลี่ยนกะเฝ้ายามครึ่งคืนหลัง
อีกด้านหนึ่ง เพราะคนที่จวินเจวี๋ยซางส่งไปยังตามหาตัวหวันเหยียนเชียนหวาไม่พบ ครั้นไปถามเฟิ่งจิ่วนางก็ไม่ยอมบอก ดังนั้นสีหน้าเขาจึงมีแต่จะดำคล้ำขึ้นทุกวัน
เขากลับมารอฟังข่าวที่สำนักและได้ยินชายวัยกลางคนรายงานอยู่ที่นั้น สีหน้าของเขายิ่งมายิ่งเย็นชา “คนคนหนึ่งจะหายไปอย่างไร้ร่องรอยได้อย่างไร สถานที่ที่นางเคยไปฝึกบำเพ็ญก่อนหน้านี้ รวมถึงสถานที่ที่นางเคยไปข้างนอกนั่น ส่งคนไปตรวจสอบดูหมดแล้วใช่หรือไม่”
ชายวัยกลางคนรู้ความรู้สึกของหัวหน้าพรรคในตอนนี้ ดังนั้นเขาจึงระมัดระวังในคำตอบมากเช่นกัน เขาชำเลืองมองหัวหน้าพรรคก่อนกล่าว “ส่งคนไปสอบถามแล้วทว่าไม่มีข่าวคราวของคุณหนูหวันเหยียนจริงๆ อาจารย์ของนางก็ไม่รู้เช่นกัน คนอื่นๆ ก็ไม่ได้คุ้ยเคยกับนาง ไม่ได้รู้จักกันลึกซึ้ง ย่อมไม่รู้ว่านางไปที่ไหน แต่พวกเขาพยายามตามหาแล้ว หัวหน้าพรรควางใจเถอะ ไม่ช้าก็เร็วพวกเราต้องพบนางอย่างแน่นอน”
จวินเจวี๋ยซางมุ่นคิ้ว ใบหน้าแข็งเกร็ง ครุ่นคิดอยู่นานแล้วถึงถามว่า “ไปสืบดูที่ตระกูลหวันเหยียนหรือยัง ตระกูลนั้นเป็นบ้านของนาง นางน่าจะไม่ได้กลับไปนานแล้วเช่นกัน ครั้งนี้จะไปที่ตระกูลหวันเหยียนหรือไม