งกระมัง! อาจารย์เขาฝากฝังให้เขาติดตามข้าตลอดนะ นอกจากนี้…”
พูดถึงตรงนี้แล้ว เสียงของนางพลันเงียบหายไป แววตาวูบไหวเล็กน้อย
เมื่อได้ยินดังนั้น เซวียนหยวนโม่เจ๋อก็ถามขึ้น “นอกจากนี้อะไร”
เฟิ่งจิ่วชะงักไป “มีครั้งหนึ่งเขาเตือนข้า บอกว่าชะตาในชาตินี้ของเขาผูกกับข้า บอกว่าเขามีเคราะห์เป็นเคราะห์ตาย เป็นทั้งความเป็นและความตาย และมีเพียงข้าที่แก้ไขได้”
เซวียนหยวนโม่เจ๋อฟังจบก็ขมวดคิ้วเป็นปมขึ้นมา ก่อนจะนิ่งเงียบไม่พูดอะไรออกมาอีก
“แต่เขาเคยพูดเช่นกันว่าพวกเรามีเคราะห์เป็นเคราะห์ตายเช่นกัน เขาต้องการปกป้องพวกเรา ดังนั้นข้าเลยคิดว่าเคราะห์เป็นเคราะห์ตายที่จะมาถึงอาจเกี่ยวข้องกันหรือไม่” เฟิ่งจิ่วหันไปมองเขา เห็นเขาขมวดคิ้วมุ่น มีสีหน้าจริงจัง นางพลันหัวเราะเสียงเบาและผลักเขาครั้งหนึ่ง “เอาล่ะๆ อย่าคิดมากเช่นนั้นเลย อย่างน้อยตอนนี้พวกเราก็ไม่ได้เจอเคราะห์ร้ายนั่นเสียหน่อย”
นางพูดพลางถอยออกจากอ้อมกอดเขา เพราะได้ยินเหลิ่งซวงบอกว่าเตรียมน้ำเสร็จแล้ว จึงลุกขึ้นยืนพลางพูดว่า “ข้าจะไปอาบน้ำก่อน”
เซวียนหยวนโม่เจ๋อมองนางเดินไปถึงข้างหลังฉากกันลม ส่วนเขานั่งครุ่นคิดอยู่ข้างโต๊ะ ด้วยพลังของพวกเขาในตอนนี้ ยังมี