ือซานก็ลากเขาจากมายังโลกเบื้องล่างอย่างเร่งรีบ เรียกได้ว่าไม่ได้พักผ่อนเลยก็ว่าได้ ตอนนี้พอได้นั่งลงแล้วก็รู้สึกเมื่อยขบไปทั่วร่าง โดยเฉพาะความเจ็บปวดราวกับถูกฉีกทึ้งที่หว่างขาทั้งสองข้าง ทำให้นางรู้สึกเหนื่อยล้าไร้เรี่ยวแรงไปเสียหมด
นางพิงต้นไม้ใหญ่หอบหายใจ หลังจากดื่มน้ำไปคำหนึ่งแล้วจึงค่อยกล่าวว่า “เขารู้ว่าเป็นข้า ข้าหลับนอนกับเขาตอนที่เขามีสติเต็มที่ อาจิ่วมอบโอสถให้ข้าเพื่อวางยาเขา ทำให้พลังวิญญาณบนกายเขาซ่านสลาย ไม่เช่นนั้นข้าคงไม่มีทางลงมือได้เช่นกัน”
ฟังดังนั้นแล้ว หวันเหยียนสือซานก็จุ๊ปากชมเชย “เจ้าเป็นคนทำรึ! ใจกล้าเกินไปแล้วกระมัง นั่นคือจวินเจวี๋ยซางเชียวนะ หัวหน้าพรรคเริงรมย์ เจ้าถือโอกาสตอนที่เขาป่วยขืนใจเขาอย่างนั้นหรือ เจ้าสร้างเคราะห์กรรมครั้งใหญ่แล้วรู้ตัวหรือไม่”
ต่อให้ผิวหน้าของหวันเหยียนเชียนหวาจะหนาแค่ไหน พอได้ฟังเขาพูดเช่นนี้แล้ว พวงแก้มสองข้างก็ร้อนลวกขึ้นมาอย่างอดไม่ได้ “ท่านอาสือซาน ท่านรู้เรื่องนี้ก็ดีแล้ว แต่จะพูดออกไปไม่ได้ บอกใครก็ไม่ได้เช่นกัน”
“เรื่องนี้ข้ารู้ แต่ตอนนี้พวกเรามาถึงโลกเบื้องล่างแล้ว เจ้าคิดจะกลับไปที่ตระกูลหวันเหยียนใช่หรือไม่ เจ้าทำให้