วถามเสียงนุ่มนวลดังเดิม “เขาเป็นบุรุษเพียงคนเดียวที่เจ้าเคยรักใช่หรือไม่”
ครั้นเสียงของเขาดังขึ้น เฟิ่งจิ่วมองที่เขา การมองครั้งนี้ทำให้เขาชะงักงันไป
รอยยิ้มในดวงตาสดใสของนางค่อยๆ จืดจางลง รอยยิ้มบนใบหน้าหายไปหลายส่วนเช่นเดียวกัน นางมองดวงตาลึกล้ำคู่นั้นของเขา ราวกับอยากมองให้ทะลุ เพื่อนึกถึงคนที่ซ่อนอยู่ในหัวใจ หวนนึกถึงความทรงจำฝุ่นเกาะช่วงนั้น…
นางคิดไปเองหรือไม่ เหตุใดจู่ๆ นางจึงรู้สึกว่าดวงตาของโม่เฉินเหมือนกับคนผู้นั้น ตอนที่นางใจเย็นลงและอยากมองให้ชัดเจนอีกครั้ง กลับเห็นความสงบนิ่งในดวงตาลึกล้ำของเขา บางทีก็ปรากฏความรู้สึกใคร่รู้อยู่เล็กน้อย
เฟิ่งจิ่วอดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้ ทันใดนั้นนางก็ส่ายหน้า นี่นางเป็นอะไรไป? เหตุใดคิดอะไรมั่วซั่วไปหมด
นางยกจอกสุราขึ้นดื่มสุราจนหมดจอก จากนั้นก็รินสุราอีกดื่มต่ออีก คราวนี้นางค่อยๆ หลุบตาลงพลางกล่าวเสียงเบา “โม่เจ๋อเป็นบุรุษคนเดียวที่ข้ารักบนโลกนี้ ทว่าชาติก่อนของข้านั้น ข้าเคยรักบุรุษคนหนึ่งมากเช่นกัน เพียงแต่หลังจากนั้นเขาก็ตายจากไป” เมื่อเอ่ยวาจานี้แล้ว เฟิ่งจิ่วก็ยกจอกสุราขึ้นดื่มอีก
โม่เฉินฟังแล้วหลุบตาลงเช่นกัน “พูดได้เพียงว่า