จึงอดหัวเราะออกมาเสียงเบาไม่ได้ “เช่นนั้นก่อนหน้านี้หากข้าไม่ได้ไล่ตามเจ้า แต่เป็นเจ้าหวั่นไหวกับข้าก่อน เจ้าจะเข้าควบคุมข้าเช่นกันหรือไม่”
ครั้นฟังคำถามนั้น ดวงตาสุกใสของเฟิ่งจิ่วก็มีแต่รอยยิ้ม มองเขาแล้วถามหยอกล้อ “เจ้าเหมือนจะสนใจการเข้าควบคุมนี่เสียเหลือเกิน หากเป็นเช่นนั้นจริง ข้าจะสงเคราะห์ให้เจ้าก็ได้”
“อืม เมื่อพวกเราตกล่องปล่องชิ้นกันแล้ว ข้าจะปล่อยให้เจ้าทำตามใจต้องการ” เซวียนหยวนโม่เจ๋อหัวเราะเบาๆ พลางกล่าว
ครั้นได้ฟังดังนั้น เฟิ่งจิ่วก็เม้มปากยิ้ม “ดี ถึงตอนนั้นเจ้าจะต้องประหลาดใจแน่” นางหัวเราะออกมา “ข้าจะไปเตรียมโอสถสักหน่อย พี่ชายข้าอยู่ที่สวนดอกไม้ทางนั้นกับห้าวเอ๋อร์และพวกประมุขเสวียนอู่ หากเจ้าไม่อยากไป จะไปหาโม่เฉินแล้วร่ำสุราก็ได้!”
“เจ้าไปเถอะ!”
เซวียนหยวนโม่เจ๋อกล่าว ให้นางไปทำธุระก่อน ตอนเห็นนางออกจากเรือนและมุ่งหน้าไปยังเรือนหลอมโอสถแล้ว เขาจึงค่อยเรียกคนเตรียมอาหารและสุราส่งไปยังเรือนของโม่เฉิน จากนั้นตนเองก็เดินเอามือไหล่หลัง มุ่งหน้าไปยังเรือนของโม่เฉินเพื่อร่ำสุรากับอีกฝ่าย
หลังจากนั้นสองวัน ในป่าสัตว์ร้าย หวันเหยียนเชียนหวากำลังนั่งพักอยู่ใต้ต้นไม้ ชุดสีแดงบนกายนางถูก