่องทั้งหมดแล้วพลันลุกขึ้นยืน หมุนกายเดินออกไปข้างนอก เทียบกับความอึ้งงันก่อนหน้านี้แล้ว ตอนนี้กลับมีความเย็นชาเพิ่มขึ้นมาอีกหลายส่วน
“คุณหนูหวันเหยียน เจ้าจะไปไหน” ชายวันกลางคนเห็นนางลุกขึ้นเดินออกไป จึงรีบตามออกไปเช่นกัน
หวันเหยียนเชียนหวาหยุดฝีเท้า กวาดสายตามองเขาอย่างเฉยชา “ข้าจะไปที่ไหนต้องรายงานกับเจ้าด้วยหรือ”
“ไม่ใช่เช่นนั้น เอาอย่างนี้ เมื่อครู่นี้เจ้าสำนักของเจ้าบอกให้เจ้าช่วยดูแลอยู่ที่นี่…” เขายังพูดไม่ทันจบก็เห็นหวันเหยียนเชียนหวาในชุดสีแดงเดินหน้าบึ้งจากไปแล้ว
เห็นนางหมุนกายจากไปอย่างไม่ลังเลสักนิด ชายวัยกลางคนก็นิ่งอึ้งอยู่นาน ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาพูดอะไรผิดไปกันแน่ เหตุใดจู่ๆ นางถึงมีสีหน้าเช่นนั้น เมื่อครู่นี้ยังดีๆ อยู่แท้ๆ
หวันเหยียนเชียนหวาที่จากมานั้นกำลังถูกโทสะเข้าครอบคลุมจิตใจในเวลานี้ ทุกอย่างที่ชายวัยกลางคนผู้นั้นกล่าวทำให้นางนึกถึงคืนที่นางเสียใจและจนตรอกเมื่อห้าปีก่อนขึ้นมาอีกครั้ง
เป็นเขาที่ผลักไสนางด้วยตนเอง เป็นเขาที่ใช้วาจาทำร้ายจิตใจไล่นางไป แล้วเหตุใดตอนนี้นางยังต้องสนใจความเป็นความตายของเขาด้วย!
เพลิงโทสะคุกรุ่นทำลายสติของนาง หน้ากระเพื่อมขึ้นลง ลมปราณ