เถอะ!” ทำเช่นนี้แล้วจะได้ทำความคุ้นเคยกับห้าวเอ๋อร์ได้ด้วย
“เช่นนั้นพวกข้าก็ขอรบกวนแล้ว” ทั้งสองคนกลับไม่ได้ปฏิเสธ อย่างไรเสียพวกเขาก็รู้ว่าโอกาสเช่นนี้หายาก หากอยากให้บุตรชายของพวกเขายอมรับพวกเขา การอยู่ร่วมกันเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้
พวกเขาสนทนากันอยู่ในโถงครู่หนึ่ง เดิมห้าวเอ๋อร์ถูกซือหม่าหลันซินกอดไว้ในอ้อมอก สุดท้ายก็ต้านทานการดิ้นรนของห้าวเอ๋อร์ไม่ไหว จึงให้เขากลับไปสู่อ้อมอกของเฟิ่งจิ่วแทน
เฟิ่งจิ่วให้ผู้อาวุโสเหมยพาพวกเขาไปพักผ่อน ก่อนจะพาห้าวเอ๋อร์กลับไปที่เรือนหลักพร้อมกับเซวียนหยวนโม่เจ๋อ ระหว่างทางเฟิ่งจิ่วก็ถามว่า “ห้าวเอ๋อร์คิดว่าพวกเขาเป็นอย่างไร”
“ก็ไม่อย่างไร” ห้าวเอ๋อร์กล่าว เม้มปากเล็กมองนางด้วยสีหน้าเป็นกังวล “ท่านแม่ ท่านอย่าไล่ห้าวเอ๋อร์ไปได้หรือไม่ ห้าวเอ๋อร์อยากอยู่กับท่านพ่อและท่านแม่”
เมื่อได้ยินดังนั้น เฟิ่งจิ่วยิ้มพลางลูบศีรษะเขา “เด็กโง่ แม่จะไล่ห้าวเอ๋อร์ได้อย่างไร แม่เพียงหวังให้มีคนรักและเอ็นดูเจ้ามากขึ้นหน่อย ช่วยกันปกป้องห้าวเอ๋อร์ด้วย ห้าวเอ๋อร์จะเป็นบุตรชายหัวแก้วหัวแหวนของแม่ตลอดไป แม่ไม่ทางไล่เจ้าไป”
……….