ูกพาไป ทันใดนั้นเขาก็กล่าวว่า “ห้าวเอ๋อร์ พวกเขามาเยี่ยมเจ้าโดยเฉพาะ ไม่ว่าอย่างไรเจ้าก็ควรทักทายเช่นกัน”
ฟังคำบิดาเขาแล้ว ห้าวเอ๋อร์เม้มปากพลางมองเขาครั้งหนึ่ง สุดท้ายจึงมองไปยังสองคนนั้น รวมถึงมองมารดาเขาด้วย
“พวกเขาคือพ่อแม่ผู้ให้กำเนิดเจ้า ต้องทักทาย” เฟิ่งจิ่วเอ่ยเสียงนุ่ม มือหนึ่งลูบศีรษะเขา
ครั้นเห็นดังนั้น ห้าวเอ๋อร์จึงค่อยเดินออกจากข้างกายของเฟิ่งจิ่ว เดินไปทางประมุขเสวียนอู่และภรรยา แล้วคุกเข่าคารวะตรงหน้าพวกเขาอย่างถูกต้องตามหลัก “ห้าวเอ๋อร์คารวะท่านพ่อ ท่านแม่” เขาไม่อยากเรียกเช่นนี้ บิดามารดาเขาอยู่ที่นี่! บิดามารดาเขามีเพียงหนึ่งไม่มีสอง!
ประมุขเสวียนอู่และภรรยาเห็นเด็กชายตัวเล็กคนนั้นคุกเข่าคารวะอย่างงดงาม ในใจรู้สึกตื้นตันอย่างอดไม่ได้ พวกเขารีบประคองห้าวเอ๋อร์ให้ลุกขึ้น “เด็กดี เจ้าเป็นเด็กดีนัก”
“ฮ่าๆๆๆๆๆ ดีๆๆ!” ประมุขเสวียนอู่ดีใจมาก หัวเราะเสียงดังขึ้นมา
ห้าวเอ๋อร์ถูกทั้งสองคนกอดไว้ ร่างกายเล็กจ้อยพลันแข็งทื่อ ยืนนิ่งๆ ด้วยไม่รู้ว่าควรทำอย่างไรอยู่บ้าง
เฟิ่งจิ่วเห็นเขามีท่าทางเช่นนั้นก็ลอบส่ายหน้า นางกล่าวกับทั้งสองคนว่า “ยากนักที่ทั้งสองท่านจะมาสักครั้ง มิสู้อยู่ที่นี่สักหลายวัน