บศิษย์ศักดิ์สิทธิ์ที่ออกฌาน”
โม่เฉินมองพวกเขาครั้งหนึ่ง หมุนกายแล้วนั่งลงกลางตำหนัก สั่งว่า “เล่าเรื่องของพวกเฟิ่งจิ่วในห้าปีนี้ให้ข้าฟังที”
เมื่อได้ยินดังนั้น ผู้อาวุโสทั้งหลายก็ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะเดินไปข้างหน้าพร้อมกับนั่งลงบนเก้าอี้ฝั่งซ้ายและขวา พร้อมทั้งเล่าเรื่องราวตลอดหลายปีนี้ให้เขาฟังโดยคร่าว
สุดท้ายผู้อาวุโสใหญ่จึงกล่าวว่า “ศิษย์ศักดิ์สิทธิ์ออกฌานได้เวลาพอดี ช่วงก่อนสำนักดาราครามเซียนส่งคนมาเชิญพวกข้าไปช่วยรบกับประมุขเทียมฟ้า แต่หลังจากนั้นเพราะเซวียนหยวนโม่เจ๋อกับเฟิ่งจิ่วกลับมา เรื่องราวจึงกลับตาลปัตรเช่นกัน ตอนนี้เซวียนหยวนโม่เจ๋อท้ารบกับประมุขเทียมฟ้าที่เขาสูงสุด หลังจากวันนี้อีกยี่สิบกว่าวัน”
ตอนนี้เองที่ผู้อาวุโสสามพูดขึ้น “เล่ากันว่าเซวียนหยวนโม่เจ๋อผู้นี้เป็นผู้แข็งแกร่งระดับราชันเทพแล้ว เพียงแต่เป็นระดับราชันเทพขั้นใดกลับไม่มีใครรู้”
สายตาของผู้อาวุโสรองจับจ้องโม่เฉิน เขามองอีกฝ่ายแล้วชะงักไปเล็กน้อย “ศิษย์ศักดิ์สิทธิ์ ก่อนเจ้าตำหนักเข้าฌานฝากฝังกับพวกเราไว้ว่าเมื่อศิษย์ศักดิ์สิทธิ์ออกจากเจดีย์ศักดิ์สิทธิ์แล้วต้องดูว่าศิษย์ศักดิ์สิทธิ์ตัดเจ็ดอารมณ์หกปรารถนาได้หรือไม่ เมื่อทำลายคว