ามรู้สึกแล้วย่อมได้รับพลังศักดิ์สิทธิ์ ศิษย์ศักดิ์สิทธิ์ ท่านว่า…”
ความนัยของคำพูดก็คืออยากให้เขาบอกกับพวกตนว่า ตลอดห้าปีนี้ที่เขาฝึกบำเพ็ญอยู่ในเจดีย์ศักดิ์สิทธิ์ เขาสืบทอดพลังศักดิ์สิทธิ์ในตำหนักศักดิ์สิทธิ์แล้วหรือไม่
โม่เฉินฟังแล้วยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย เขามองผู้อาวุโสคนนั้น ถามว่า “เช่นนั้นผู้อาวุโสมองว่าข้าในตอนนี้ตัดเจ็ดอารมณ์หกปรารถนาแล้วหรือยัง ได้รับพลังศักดิ์สิทธิ์แล้วหรือยัง”
“เอ่อ…”
ผู้อาวุโสสองคนนั้นลังเลขึ้นมา เขาจะรู้ได้อย่างไรว่าอีกฝ่ายตัดรากฐานของอารมณ์ ตัดเจ็ดอารมณ์หกปรารถนาแล้วหรือยัง เขารู้เพียงว่าบนกายศิษย์ศักดิ์สิทธิ์อบอวลไปด้วยแสงศักดิ์สิทธิ์เต็มเปี่ยม อาจเพราะได้รับพลังศักดิ์สิทธิ์ในเจดีย์ศักดิ์สิทธิ์แล้วกระมัง
ผู้อาวุโสหลายคนไม่ได้เอ่ยวาจาไปชั่วขณะหนึ่ง เพียงพิจารณาโม่เฉินอย่างพร้อมเพียง พวกเขาไม่แน่ใจเหมือนกัน แต่เห็นอีกฝ่ายออกฌานมาได้ก็น่าจะได้รับพลังศักดิ์สิทธิ์ในเจดีย์ศักดิ์สิทธิ์นั้นแล้ว
“ข้าจะกลับไปพักผ่อนสักหน่อย พรุ่งนี้จะไปแล้ว หากเจ้าตำหนักออกฌาน พวกเจ้าทักทายเขาแทนข้าก็แล้วกัน” โม่เฉินกล่าว เขาลุกขึ้นยืน มือข้างหนึ่งไพล่หลัง ส่วนมืออีกข้างหนึ่งวางไว้ข้างหน้า แล้ว