าเป็นบุตรชาย เลี้ยงเขาอยู่ข้างกายห้าหกปี เป็นบุตรชายของพวกเจ้านับว่าสุดยอดแล้ว คิดไม่ถึงเลยว่าเขาก็คือบุตรชายแท้ๆ ของประมุขเสวียนอู่ สุดยอดจริงๆ”
“ฐานะที่ติดตัวมาใช่ว่าจะไม่มีประโยชน์อะไร” เฟิ่งจิ่วถอนใจเสียงเบา “หากเป็นลูกของคนธรรมดา เด็กตัวเล็กอย่างเขาคงไม่ต้องเรียนรู้อะไรมากมายเร็วขนาดนี้ เพราะฐานะของเขาทำให้เขาจำต้องปรับตัว เรียนรู้สิ่งเหล่านั้น”
ฟังแล้วหวันเหยียนเชียนหวาคล้ายกับเห็นใจ รอยยิ้มบนใบหน้าจางลง ไม่รู้เหมือนกันว่ากำลังคิดอะไรอยู่ จากนั้นนางก็เอ่ยเสียงเบา “จริงด้วย! บางครั้งมีฐานะดีก็ไม่ใช่เรื่องดีอะไรจริงๆ”
มีเพียงพวกเขาถึงรู้ว่ามีพื้นเพและฐานะดีมักหมายถึงความรับผิดชอบบนบ่าของพวกเขายิ่งหนักอึ้ง สิ่งที่พวกเขาต้องเรียนรู้ สิ่งที่พวกเขาต้องแบกรับย่อมมากมายกว่าคนธรรมดาเช่นกัน
สองคนร่ำสุรากันเงียบๆ ในลานแห่งนี้ไม่มีใครมารบกวน ผ่านไปครู่หนึ่งเฟิ่งจิ่วก็พูดขึ้นว่า “ท่านพี่ ท่านกับจวินเจวี๋ยซางเป็นอย่างไรบ้าง”
หลายปีนี้นางไม่ได้สนใจเรื่องพวกนี้ ไม่รู้เหมือนกับว่าจวินเจวี๋ยซางตอบรับความรู้สึกอีกฝ่ายแล้วหรือยัง?
……….