คิดจะพากลับไปอย่างนั้นหรือ”
เฟิ่งจิ่วส่ายหน้าพลางถอนใจ “ตัดใจไม่ได้แล้วอย่างไร อย่างไรเสียพ่อแม่แท้ๆ ของเขาก็ยังอยู่ อีกทั้งตอนนั้นเล่ากันว่าเข้าตาจน ในเมื่อวันนี้มาตามหา ข้าย่อมไม่อาจบังคับให้เขาอยู่ต่อได้”
“พ่อแม่เขาเป็นใคร เหตุใดถึงรู้ว่าเขาอยู่กับเจ้า” หวันเหยียนเชียนหวาถาม
เฟิ่งจิ่วมองนาง เอ่ยเสียงเบา “ประมุขเสวียนอู่”
“ประมุขเสวียนอู่?” หวันเหยียนเชียนหวาตะลึงไป นางที่เดิมทีพิงโต๊ะอย่างเกียจคร้านพลันนั่งหลังตรงเมื่อได้ยินชื่อนี้ สีหน้าเปลี่ยนเป็นจริงจังในทันที “เจ้าบอกว่าบุตรชายของเจ้าในตอนนี้ คือบุตรชายของประมุขเสวียนอู่หรือ”
“อืม”
เฟิ่งจิ่วตอบรับ “ในจวนข้ายังมีชายชราศีรษะโล้นอยู่คนหนึ่ง เขาคือผู้อาวุโสเหมย มาอยู่ที่จวนนี้เมื่อห้าปีก่อนเพราะห้าวเอ๋อร์ ห้าปีนี้เขาคอยท่าอยู่ข้างกายพวกตู้ฝานตลอด วันนี้พวกข้ากลับมาแล้ว ห้าวเอ๋อร์เติบใหญ่เช่นนี้แล้ว พ่อแม่แท้ๆ ของเขาย่อมเร่งมาเยือนถึงจวน”
“จิ๊ๆ คิดไม่ถึงเลย!”
ดวงตาของหวันเหยียนเชียนหวาทอประกาย ยิ้มว่า “บุตรชายคนนี้ของเจ้าเป็นผู้ที่มีชะตากรรมต่อต้านสวรรค์ เจ้าบอกว่าปีนั้นเจ้าช่วยเขาตอนชีวิตแขวนอยู่บนเส้นด้าย พาเขากลับมาแล้วรับเข