นเห็นว่าทุกคนล้วนสบายดี เย่อวี๋หรานก็มีความสุขเช่นกัน ใจที่รู้สึกไม่สงบมาตลอดก็ถูกวางลง
ยามนี้นางจึงเพิ่งตระหนักได้ว่าแม้โลกภายนอกจะดี แต่สิ่งที่นางคิดคะนึงถึงมากที่สุดก็ยังเป็นครอบครัวนี้
“ดีดีดี ทุกอย่างเรียบร้อยดี พวกเจ้าก็อย่ารีบร้อน หลังจากนี้ยังมีโอกาสพูด วันนี้บ้านเรามีแขก ไปเตรียมชามาต้อนรับแขกเถอะ”
เย่อวี๋หรานพูดจบ พวกหลิ่วซื่อก็เขินอายขึ้นมา จึงรีบวิ่งไปยกชาทันที
ใช่แล้ว ยังมีของว่างในบ้านอย่างมันเทศตากแห้งอยู่
สิ่งนี้อู๋เจียงเคยกินมาก่อนแล้ว จึงดูมีความสุขยิ่ง “ข้าดูมาตลอดทาง ของสิ่งนี้มีแต่พวกท่านที่มี อยากหาซื้อที่อื่นย่อมไม่อาจหาซื้อได้ ออกหวานอีกทั้งยังเคี้ยวเพลิน ไม่ว่าเด็กหรือผู้หญิงก็ล้วนชอบเป็นอย่างยิ่ง แม้แต่ข้าที่เป็นผู้ชายไม่ชอบกินของหวานก็ยังอดไม่ได้ที่จะกินไปหลายชิ้น”
“หากเจ้าชอบ รออีกเดี๋ยวข้าจะให้บ้านเจ้าสี่จัดไว้ให้เจ้าสักหน่อย ให้เจ้าเอากลับไปด้วย” เย่อวี๋หรานกล่าว
“พอเสียที่ไหน? จูต้าเหนียง ข้ามาที่นี่ก็เพื่อคุยเรื่องกิจการ จะกี่มากน้อยก็จะได้เอากลับไปได้”
“เช่นนั้นเจ้าค่อยคุยเรื่องนี้ทีหลังเถอะ นี่ไม่ใช่เรื่องของครอบครัวข้าเพียงครอบครัวเดียว ถึงเวลาข้าจะให้เจ้าสามพาเจ้าไปหาผู้อาวุโสและเจ้าหน้าที่ทางการที่หมู่บ้านของพวกเรา ลูกหลานสกุลจูไม่ทำการค้าขาย นี่เป็นกฎของครอบครัวเรา เจ้าไปตกลงกับผู้อาวุโสและเจ้าหน้าที่ทางการก่อน หากคุยกับทางนั้นเรียบร้อยแล้วเจ้า