วยขนของก่อน” เย่อวี๋หรานไม่รีบร้อนอธิบาย
นางไม่พูดพวกเขาก็ไม่ได้คิดมาก รู้สึกว่าแม่ของพวกเขาคงเหนื่อยแล้วจึงเข้าไปช่วย
บนรถม้าสองคันมีคนจำนวนไม่น้อยลงมา และยังถือของลงมาด้วยไม่น้อยเช่นกัน ไม่มีเหตุผลที่พวกเขาจะไม่ช่วย
อู๋เจียงเห็นคนมากมายเช่นนี้ก็ยังตกตะลึง “จูต้าเหนียง คนพวกนี้ไม่ใช่ลูกชายท่านทั้งหมดใช่หรือไม่? ท่านช่างเก่งกาจจริง ๆ มีลูกชายมากมายถึงเพียงนี้”
“เหอเหอเหอ…” เย่อวี๋หรานหัวเราะ “คนที่เรียนหนังสืออยู่ที่โจวเสวียคือเจ้าเจ็ด ได้ยินลำดับก็รู้แล้วกระมังว่าครอบครัวพวกเรามีคนเยอะ”
อู๋เจียงกล่าวว่า “ข้าคิดว่าท่านจัดอันดับจากสกุลใหญ่ ไม่ใช่แค่ครอบครัวท่านครอบครัวเดียว เหมือนครอบครัวข้าที่ยามจัดลำดับลูกชายข้าก็จะไปหารือกับพวกพี่ชายน้องชายของข้าก่อน”
“สกุลของพวกเราแยกกันอยู่ ลุงสองคนของพวกเขาไม่ได้อยู่ด้วย”
……
การเคลื่อนไหวเสียงดังเช่นนี้เป็นธรรมดาที่ผู้หญิงที่ทำงานในครัวจะได้ยิน แม้แต่จูปาเม่ย หลินซานเม่ย และหลินซื่อเม่ยที่เล่นกับเด็กอยู่ข้างบ้านก็ยังพากันวิ่งออกมาเช่นกัน
เห็นร่างเงาของเย่อวี๋หรานและจูซาน พวกเขาก็ล้วนมีความสุขยิ่ง เข้ามารวมตัวกันอย่างเปี่ยมสุข
“ท่านแม่ไปเที่ยวที่เมืองผู่โซ่วสนุกหรือไม่เจ้าคะ?”
“ท่านแม่ ยามที่ท่านกลับมา เหตุใดจึงไม่ส่งข่าวมาเลยเจ้าคะ พวกเราจะได้ไปรับท่านแม่ที่ตำบล”
……
คนหนึ่งรับคนหนึ่งถาม ความกระตือรือร้นเช่นนั้นแทบเขียนไว้บนใบหน้าของพวกเขา
ครั้