นขึ้นมา ต่างคนต่างก็เล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นในห้าปีนี้…
โต๊ะของพวกเฟิ่งจิ่วมีคนนั่งค่อนข้างน้อย ตอนนี้ห้าวเอ๋อร์กำลังคีบเนื้อชิ้นหนึ่งใส่ถ้วยของเฟิ่งจิ่ว “ท่านแม่ กินสิ”
“ห้าวเอ๋อร์เด็กดี” เฟิ่งจิ่วยิ้มพลางลูบศีรษะเขา จากนั้นคีบเนื้อชิ้นหนึ่งให้เขาเช่นกัน “ห้าวเอ๋อร์กินเยอะๆ จะได้ตัวสูงๆ”
“อือๆ” ห้าวเอ๋อร์ตอบรับ พุ้ยข้าวเข้าปากไปสองคำ ดวงตาของเขามองเซวียนหยวนโม่เจ๋อกับกวนสีหลิ่นสองคน ก่อนจะคีบอาหารให้พวกเขาบ้าง
“ท่านพ่อ กินสิ”
“ท่านน้า นี่เนื้อ”
เซวียนหยวนโม่เจ๋อเห็นเขายื่นมือและโน้มตัวมา จึงยกถ้วยไปรับอาหารจากเขา แล้วค่อยกล่าวว่า “อืม นั่งลงกินเถอะ!”
“เสี่ยวห้าวเอ๋อร์ เจ้าเป็นเด็กดีกว่าเด็กในบ้านของน้าเสียอีก” กวนสีหลิ่นยิ้มกล่าว ยกถ้วยรับอาหารที่เขาคีบให้เช่นกัน ขณะเดียวกันก็คีบน่องไก่ให้น่องหนึ่ง
ฟังแล้วห้าวเอ๋อร์ก็กะพริบตา “บ้านท่านน้ามีเด็กไม่ดีหรือ”
เฟิ่งจิ่วมองเขา ยิ้มถามว่า “ท่านพี่ ข้ายังไม่ได้ถามท่านเลย ตอนนี้มีลูกกี่คนแล้ว” เขากับเยี่ยจิงแต่งงานกันมาหลายปีแล้ว หากหนึ่งปีมีลูกหนึ่งคน…
ดูจากสีหน้าของเฟิ่งจิ่ว กวนสีหลิ่นก็รู้ว่านางกำลังคิดอะไรอยู่ เขากระแอมเสียงเบาทันที