้ารบกวนพวกเขา
“นายหญิง พวกอาจารย์ซื่อเชวียมา” เสียงของเหลิ่งหวาดังขึ้นข้างนอก
“ให้พวกเขาเข้ามา” เฟิ่งจิ่วพูด มองสองคนที่เดินมาจากข้างนอก
“คารวะอาจารย์ทั้งสอง” ซื่อเชวียกับมู่ซินสองคนคารวะด้วยความเคารพ
“นั่งเถอะ!” เฟิ่งจิ่วบอกแล้วถามพวกเขา “พวกเจ้ามาได้อย่างไร”
“ตอนอยู่ในสำนัก พวกข้าเห็นประมุขเทียมฟ้าปรากฏตัว จึงคิดรีบมาดูที่นี่หน่อย” ซื่อเชวียว่า ก่อนจะมองเฟิ่งจิ่วและเซวียนหยวนโม่เจ๋อเพื่อถามว่า “อาจารย์ พวกท่านสบายดีหรือไม่”
ได้ยินดังนั้นแล้วเฟิ่งจิ่วก็ยิ้มออกมา “หากไม่สบายคงไม่มานั่งพบพวกเจ้าอยู่ที่นี่หรอก”
ซื่อเชวียฟังจบพลันยิ้มแหยๆ เขารู้ว่าคำถามเช่นนี้เกินจำเป็นไปหน่อย
“ยอดเขาที่อาจารย์เซวียนหยวนจะประมือกับประมุขเทียมฟ้า ต้องการให้พวกข้าไปเตรียมการไว้ก่อนหรือไม่” มู่ซินถาม ภูมิประเทศของยอดเขานั้นค่อนข้างอันตราย ความสูงเทียบเทียมหมู่เมฆ เขาแปลกใจอยู่บ้างที่พวกเขาเลือกสถานที่เช่นนี้ในการต่อสู้ เพราะยิ่งภูมิประเทศอันตราย ก็ยิ่งจิตใจวอกแวกยามต่อสู้ได้ง่าย
“ข้าได้ยินว่าสำนักทั้งหลายรวบรวมผู้ฝึกบำเพ็ญจากที่ต่างๆ ไว้ไม่น้อย เพื่อประมือกับประมุขเทียมฟ้าใช่หรือไม่” เซวียนหยวนโม่เจ๋อถาม ดวงตาสีดำลึกล้ำม