องมู่ซิน
“ขอรับ เหล่าเจ้าสำนักมากมายหารือกันจนได้กลยุทธ์ แผนของสำนักทั้งหลายเดิมทีเป็นเช่นนี้…” มู่ซินเล่าแผนของพวกเจ้าสำนักให้พวกเขาฟังคร่าวๆ สุดท้ายยังกล่าวอีกว่า “ดังนั้นจึงได้ถามอาจารย์ ว่าถึงเวลาแล้วอยากให้พวกข้าไปจัดการยอดเขาก่อนหรือไม่ ต่อให้ไม่อาจประมือกับประมุขเทียมฟ้า แต่ก็ประมือกับผู้ฝึกบำเพ็ญคนอื่นได้”
ฟังแล้วเซวียนหยวนโม่เจ๋อก็เอ่ยเสียงอ่อน “ผู้แข็งแกร่งระดับราชันเทพประมือกัน ความกดดัน หายนะ ไปจนถึงพลังจะกดดันผู้ฝึกบำเพ็ญระดับต่ำ หากพวกเขาจะไป เช่นนั้นก็อยู่ได้แค่ตรงตีนยอดเขาแล้ว”
“ขอรับ เรื่องนี้ข้าจะกลับไปรายงานเจ้าสำนัก ขอให้เขาช่วยจัดการ” มู่ซินตอบรับ
“ยังไม่ได้แนะนำให้พวกเจ้ารู้จักเลย นี่คือพี่ชายข้า กวนสีหลิ่น” เฟิ่งจิ่วกล่าวพลางมองไปทางกวนสีหลิ่นที่อยู่ข้างๆ ยิ้มว่า “ท่านพี่ พวกเขาก็คือศิษย์ของข้ากับโม่เจ๋อ ซื่อเชวียและมู่ซิน”
กวนสีหลิ่นพยักหน้า เมื่อครู่เขาพิจารณาทั้งสองคนได้ ช่วงที่เขามาอยู่ที่นี่ เขาได้ยินเรื่องของพวกเขาสองคนเช่นกัน วันนี้พบหน้าแล้วก็รู้สึกว่าถูกชะตาเช่นกัน
เมื่อเฟิ่งจิ่วกล่าวจบ ซื่อเชวียและมู่ซินก็ลุกขึ้นยืน ขณะเตรียมคารวะกลับถูกกวนสีหลิ่นห้ามไว้