ุ่นในตอนนี้เงียบๆ
เนิ่นนานให้หลังทั้งสองคนผละออกจากกัน เซวียนหยวนโม่เจ๋อจูงมือนาง มองไกลออกไป “ตอนนี้เจ้าออกจากฌานแล้ว พวกเราต้องหาเวลาไปจากที่นี่ พวกตู้ฝานส่งข่าวมาแล้ว สถานการณ์ข้างนอกในตอนนี้ไม่ค่อยดีเท่าไร โดยเฉพาะประมุขเทียมฟ้าต้องการลงมือกับสำนักใหญ่ทั้งหลาย สถานการณ์ข้างนอกอันตรายมากแล้ว”
“เวลาห้าปีผ่านไป ไม่รู้เหมือนกันว่าพลังของประมุขเทียมฟ้าเพิ่มขึ้นอีกเท่าไร” เฟิ่งจิ่วกล่าวพลางครุ่นคิด นึกขึ้นได้ว่าเขายังมีสัตว์ร้ายโบราณอยู่ข้างกาย หากปะทะกันขึ้นมาย่อมไม่อาจโค่นได้โดยง่าย
“เรื่องนี้พวกเราออกไปแล้วค่อยปรึกษากันก็ได้ เรื่องของห้าวเอ๋อร์ต่างหาก เจ้าคิดทำอย่างไร” เซวียนหยวนโม่เจ๋อถามนาง
ฟังแล้วเฟิ่งจิ่วก็ชะงักไปเล็กน้อย “ห้าวเอ๋อร์อายุหกขวบแล้ว หากเราไม่รู้ว่าบิดามารดาแท้ๆ ของเขาเป็นใคร การจะเลี้ยงดูเขาอยู่ข้างกายพวกเราโดยไม่รีบร้อนบอกความจริงย่อมไม่เป็นปัญหา แต่ในเมื่อพวกเรารู้ฐานะของเขาแล้ว ก่อนจะออกจากหุบเขาราชันโอสถก็ต้องพูดกับเขาให้รู้เรื่อง”
เซวียนหยวนโม่เจ๋อพยักหน้า “อืม ข้าเองก็คิดเช่นกัน ห้าปีผ่านไปแล้ว ข้ารู้สึกว่ากลับไปรอบนี้ผู้อาวุโสเหมยน่าจะอยากพาเขากลับไป”
เฟิ่งจิ่วยิ้ม