“อย่างไรเสียพวกเราก็เลี้ยงเขามาห้าหกปีแล้ว อยากพาเขาไปจากข้างกายพวกเรา หากไม่ใช่บิดามารดาเขามาด้วยตนเอง เช่นนั้นก็พาเขาไปไม่ได้” นางเลี้ยงเด็กชายมาห้าหกปี ไหนเลยจะให้ใครมาพาเขาไปง่ายๆ หากบิดามารดาเขาไม่ได้มาด้วยตนเอง นางก็ไม่คิดจะมอบบุตรชายให้พวกเขา!
ครั้นฟังวาจาของนาง เซวียนหยวนโม่เจ๋อยิ้ม “ถูกต้อง พวกเราเลี้ยงเขาเป็นบุตรชายของพวกเรามาตั้งห้าหกปี จะยอมให้พวกเขาพากลับไปง่ายๆ ได้อย่างไร”
“ไปเถอะ! พวกเราไปหลังเขาดูพวกเขาขุดสุรา ส่วนฐานะของห้าวเอ๋อร์ ไว้คืนนี้ค่อยพูดกับเขาก็แล้วกัน!” เฟิ่งจิ่วจับมือเขาพลางพูด จากนั้นก็พากันไปที่หลังเขา
เพราะการออกจากฌานของเฟิ่งจิ่ว วันนี้ทุกคนในหุบเขาจึงมีแต่ความปีติยินดี พวกเขายุ่งวุ่นวายกันขึ้นมา ในหุบเขาไม่ได้มีบรรยากาศเบิกบานใจและคึกคักเช่นนี้มานานแล้ว แทบจะเรียกได้ว่าทุกคนมีอะไรให้ทำตั้งแต่เช้าจรดเย็น
จนถึงตอนนี้ สุราอาหารวางเต็มโต๊ะ ทุกคนล้อมนั่งร่วมกินดื่มอย่างมีความสุข ที่นี่ไม่มีการต่อสู้จากภายนอก ไม่มีการแก่งแย่งเข่นฆ่าจากภายนอกเช่นนี้ มีเพียงความสงบสุข…
ยิ่งดึกขึ้นเท่าไร คนที่กินดื่มจนพอใจแล้วแยกย้ายกันไปก็ยิ่งมีมากขึ้น เซวียนหยวนโม่เจ๋อจูงห้าวเอ