วอดไม่ได้ที่จะเบิกตาโพลง พวกเขาเห็นเพียงเงาร่างสีแดงนั้นแฉลบผ่านไป กลับมองเห็นไม่ชัดเจนว่านางออกกระบวนท่าใด รู้เพียงนางผ่านท่ามกลางมารบำเพ็ญเหล่านั้นด้วยความเร็วอย่างยิ่งยวด เพียงครู่เดียวมารบำเพ็ญเหล่านั้นก็ล้มลงทั้งหมดแล้ว
“ซี้ด! ร้ายกาจนัก!”
ศิษย์หลายคนคล้ายกับลืมความเจ็บปวดจากบาดแผล แต่ละคนเบิกตาโพลงและสูดลมหายใจเย็นๆ เข้าปอด จนกระทั่งเห็นหวันเหยียนเชียนหวาเก็บกระบี่ยาวในมือเตรียมจากไป พวกเขาถึงดึงสติกลับมาในทันที
“คุณหนูหวันเหยียนโปรดช้าก่อน!” ศิษย์คนหนึ่งรีบเรียกนาง
“ยังมีเรื่องอะไรอีก” หวันเหยียนเชียนมุ่นคิ้วและกวาดสายตามองพวกเขา
เมื่อถูกนางมองอย่างถ้วนทั่ว ศิษย์ทั้งหลายต่างหดคออย่างอดไม่ได้ ทว่าก็ไม่ได้ถอยไปไหน กลับกล่าวว่า “คุณหนูหวันเหยียน ท่าน…ท่านจะกลับสำนักดาราครามเซียนหรือไม่”
เมื่อได้ยินดังนั้น หวันเหยียนเชียนหวามุ่นคิ้วมองพวกเขา เอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า “มีอะไรก็พูดมาตามตรง!”
พอถูกนางพูดใส่เช่นนั้น พวกเขาหลายคนรวบรวมความกล้า “คืออย่างนี้ขอรับ พวกข้าจะไปสำนักดาราครามเซียนเช่นกัน เพียงแต่พวกข้าแบ่งเป็นหลายกลุ่มตั้งแต่ออกเดินทาง ผู้ที่มากับพวกข้าก็คือหัวหน้าพรรค แต่เกิ