้ถึงตัดสินใจมาที่จวนตระกูลเฟิ่งแห่งนี้”
ผู้นำตระกูลฟังแล้วมุ่นคิ้วเล็กน้อย จ้องมองเขา ทว่าไม่ได้พูดอะไร
“ข้าก็ไม่ได้ต้องการให้ท่านเชื่อ เพียงแต่ในเมื่อท่านมาแล้ว ข้าจะบอกกับท่านสักคำ ว่าข้าจะอยู่ที่นี่เพื่อรอพวกเขากลับมา”
ผู้นำตระกูลเซ่าจ้องเขาอยู่นาน ก่อนจะถามว่า “ข้าจะเชื่อได้อย่างไรว่าท่านเป็นพี่ชายของเฟิ่งจิ่ว”
กวนสีหลิ่นยิ้ม “ผู้นำตระกูลเซ่าอยากรู้อะไร คนที่อยู่ข้างกายน้องสาวข้าหรือ เรื่องพวกนี้ข้าพูดแล้วท่านอาจไม่รู้เช่นกัน ข้าจึงไม่มีความจำเป็นจะต้องพูด แต่ไม่จำเป็นต้องรอนาน ต่อให้น้องสาวข้ายังไม่ปรากฏตัว คนข้างกายนางก็น่าจะมาที่นี่เช่นกัน ถึงตอนนั้นแล้วผู้นำตระกูลเซ่าก็จะรู้เองว่าข้าไม่ได้พูดโกหก”
ทันทีที่ฟังจบ ผู้นำตระกูลเซ่าครุ่นคิดพลางเอ่ย “ได้ ในเมื่อเป็นเช่นนั้น ตอนนี้ข้าจะเชื่อท่านสักครั้ง แต่ที่นี่ถูกทิ้งร้างมาห้าปีแล้ว แม้ข้าสั่งคนมาทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ แต่ในจวนไม่มีข้ารับใช้ หากท่านอยู่ที่นี่อาจไม่สะดวกสบาย ไปพักที่ตระกูลเซ่าของข้าสักสองสามวันเป็นอย่างไร”
กวนสีหลิ่นฟังแล้วยิ้มออก “ไม่ต้องหรอก ข้าอยู่ที่นี่ก็ได้”
เมื่อเห็นดังนั้น ผู้นำตระกูลเซ่าไม่ได้พูดอะไรมากอีก เพียงสนทน