นออกมาอย่างเงียบเชียบ
จนกระทั่งใกล้เที่ยงวัน หวันเหยียนหวาถึงเพิ่งได้สติ สตรีวัยกลางคนเห็นดังนั้นก็รีบมาประคองนางลุกขึ้น เอ่ยอย่างเบิกบานใจว่า “แม่นาง เจ้าฟื้นได้เสียที!”
หวันเหยียนเชียนหวานวดขมับเบาๆ ช้อนดวงตาคู่สวยมองอีกฝ่าย จากนั้นก็มองห้องนี้ครั้งหนึ่งแล้วถามว่า “ข้ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร” เสียงของนางแหบแห้งอยู่บ้าง ขาดความอ่อนหวานเช่นยามปกติ
“เมื่อคืนฝนตกหนัก เจ้าเป็นลมอยู่ที่หน้าบ้านข้า ข้าได้ยินเสียงจึงประคองเจ้ากลับเข้ามาในบ้าน” สตรีวัยกลางคนพูด “เมื่อคืนเสื้อผ้าแม่นางเปียกไปหมด ข้าจึงช่วยเจ้าเปลี่ยนใส่ชุดใหม่เรียบร้อย ส่วนเสื้อผ้าของแม่นางข้าซักตากให้เรียบร้อย เดี๋ยวก็นำมาใส่ได้แล้ว”
นางพูดพลางรินน้ำแล้วยื่นให้ “แม่นางดื่มน้ำสักถ้วยให้ชุ่มคอหน่อย ข้าต้มโจ๊กแล้ว กินแล้วจะได้อบอุ่นร่างกาย!” พูดจบนางก็เดินออกไปข้างนอก
หวันเหยียนเชียนหวารับถ้วยมาดื่มน้ำ เพียงรู้สึกว่าดื่มน้ำแล้วชุ่มคอไม่น้อย นางนั่งยันข้างเตียงลุกขึ้นนั่ง ยังคงรู้สึกว่าร่างกายไร้เรี่ยวแรงอยู่บ้าง จึงยังไม่ลุกขึ้นยืน
ชายวัยกลางคนข้างนอกเห็นภรรยาตักโจ๊กจะนำไปส่งข้างหลังจึงถาม “แม่นางผู้นั้นตื่นแล้วหรือ”
“ตื่นแล้ว” ภร