ย่อมไม่มีทางหน้าไหว้หลังหลอก”
พูดแล้วก็ขึ้นอยู่กับพลัง พลังของนางทำให้พลังเขาโอนอ่อน ทำให้ยอมรับการมีอยู่ของนายหญิงน้อยอย่างนาง ไม่เช่นนั้นด้วยพลังบำเพ็ญของพวกขา จะก้มหัวยอมรับคนคนหนึ่งอย่างง่ายดายได้อย่างไร
สองคนสนทนากันพลางเดินไปข้างหน้า ไม่นานนักก็เห็นพวกเหลิ่งหวาพาห้าวเอ๋อร์เดินเข้ามา
“เจ้าตำหนัก นายหญิง”
“พวกเจ้ามาพอดีเลย วันนี้ข้าจะพาเจ้าไปเดินเล่นทำความคุ้นเคยกับหุบเขาแห่งนี้หน่อย!” เฟิ่งจิ่วกล่าว รับห้าวเอ๋อร์มาจากอ้อมแขนของเหลิ่งซวง “ห้าวเอ๋อร์ แม่จะพาเจ้าไปเดินดูรอบๆ ดีหรือไม่”
“ดี” เสียงอ่อนหวานของเด็กชายตอบรับอย่างยินดี แขนเล็กๆ สองข้างโอบรอบคอนาง เข้าใกล้อ้อมอกของนาง
วันนี้เฟิ่งจิ่วพาพวกเขาเดินเล่นอยู่ในหุบเขา ทำความคุ้นเคยกับสถานที่ และเล่าถึงภูมิประเทศรอบๆ หุบเขาให้พวกเขาฟังด้วย…
เพราะพวกเฟิ่งจิ่วมาถึงหุบเขาราชาโอสถเพื่อเร้นกายและฝึกบำเพ็ญแล้ว ด้วยเหตุนี้จึงไม่รู้ว่าหลังจากพวกเขาจากมาได้ไม่นาน คนของประมุขเทียมฟ้าก็เสาะหาที่อยู่ของเฟิ่งจิ่วอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้กลับไปมือเปล่า ไม่ได้ข่าวเลยแม้สักนิด
สำหรับคนบนโลกเบื้องบน พวกเฟิ่งจิ่วเหมือนกับหายไปอย่างไรอย่างนั้น ไม่มีร่องรอยแต่อย่างใด