ล้วตะลึงไปเล็กน้อย เห็นสีหน้าของนางไม่คล้ายกับกำลังล้อเล่น จึงถามด้วยความงุนงง “ความหมายของอาจารย์คือจะจากไปหรือขอรับ อาจารย์ทั้งสองคนไปครั้งนี้ ใช้เวลานานหรือไม่กว่าจะกลับมา”
“ไม่รู้” เฟิ่งจิ่วกล่าว จากนั้นยิ้มพลางว่า “แต่อย่างไรก็ต้องใช้เวลาสองสามปีกระมัง! เจ้าวางใจเถอะ เมื่อถึงเวลาแล้วหากพวกข้าไม่กลับมา อย่างไรก็ต้องบอกพวกเจ้าอย่างแน่นอน”
เมื่อฟังจบแล้ว ซื่อเชวียถึงค่อยพยักหน้า “ขอรับ ในเมื่ออาจารย์ทั้งสองตัดสินใจแล้ว พวกข้าจะรีบกลับสำนักตอนเช้ามืด!” เช้ามืดที่พูดถึงก็คือหวังว่าพวกเขาจะจากไปก่อนในระหว่างนี้ ไม่เช่นนั้นหลังจากพวกเขากลับถึงสำนักแล้ว สำนักที่รู้ข่าวจะต้องส่งคนมาตรวจสอบอย่างแน่นอน
“เจ้าลืมผู้อาวุโสเหมยแล้ว” เซวียนหยวนโม่เจ๋อที่นั่งดื่มชาอยู่กล่าวขึ้น เตือนเฟิ่งจิ่วเสียงหนึ่ง
เมื่อพูดถึงผู้อาวุโสเหมย เฟิ่งจิ่วตีหน้าผากครั้งหนึ่ง “จริงด้วย ยังมีผู้อาวุโสเหมยอีก ข้าต้องรบกวนพวกเจ้าดูแลเขาสักพัก อาการบาดเจ็บของเขายังไม่หายดี พวกเจ้าให้สถานที่ให้เขาพักฟื้นเถอะ!”
“ผู้อาวุโสเหมย?” ซื่อเชวียคิด ในที่สุดก็จำชายชราศีรษะล้านผู้นั้นได้ “เรื่องนี้ไม่ยาก ส่งเขาไปที่ตระกูลเซ่าก็ใช้ได้แล้ว ข้าจะสั่งให