ู้เหมือนกันว่ากำลังคิดอะไรอยู่ รออยู่นานก็ไม่ยอมพูดจา จนกระทั่งผ่านไปอีกครู่ใหญ่จึงได้ยินเขาถามขึ้นว่า “ผู้อาวุโสเหมยเล่า”
“ผู้อาวุโสเหมยหมดสติไป ตอนนี้ยังไม่ฟื้นเลย” เหลิ่งซวงตอบ
“ถ้าเขาฟื้นแล้วมาบอกข้าด้วย” เขาสั่ง จากนั้นก็อุ้มห้าวเอ๋อร์เดินไปทางเรือนของตนเอง
เห็นเขาอุ้มเด็กชายไปที่เรือนตนเองแล้ว เหลิ่งซวงยืนอยู่ที่เดิมพักหนึ่งถึงเดินออกไป เพราะการต่อสู้เพิ่งจบลง ภายในจวนยุ่งเหยิงไปหมด คนจากตระกูลเซ่าจากไปแล้วเช่นกัน นอกจากมังกรพยับและหงส์ไฟแล้ว ในจวนมีเพียงสัตว์เฝ้าประตูสองตัวที่นั่งยองหดคออยู่ข้างๆ
เห็นจวนที่งดงามถูกทำลายจนมีสภาพเช่นนี้ ไม่นับรวมนาง เจ้าตำหนัก และนายน้อย ทุกคนในจวนล้วนได้รับบาดเจ็บหนักนอนอยู่บนเตียง ไม่รู้เหมือนกันว่าพวกนายหญิงจะกลับมาเมื่อใด ตอนนี้นางจึงรู้สึกกังวลใจอย่างยิ่ง
นางกังวลว่าคนเหล่านั้นจะหวนกลับมาอีก หากกลับมาอีกครั้ง เกรงว่าจะต้องกลายเป็นหายนะครั้งใหญ่ และพวกเขานั้นย่อมไม่อาจทนการต่อสู้ที่ดุเดือดได้อีก…
ขณะเดียวกันนั้นเอง เฟิ่งจิ่วที่นอนหลับสนิทอยู่ในโรงเตี๊ยมพลันลืมตาขึ้น นางจับหัวใจที่เต้นแรงในตอนนี้ หัวคิ้วขมวดเข้าหากันเล็กน้อย…
……….