กลางคืนค่อยหาสถานที่พักผ่อนง่ายๆ เมื่อฟ้าสว่างก็ค่อยเหาะเหินเดินทางต่อ เป็นแบบนี้เรื่อยไปจนกระทั่งช่วงย่ำค่ำของวันที่สอง นางเห็นว่าท้องฟ้าใกล้มืดแล้ว ทอดสายตาไปมองเห็นหมู่บ้านอยู่ไกลๆ นางจึงมุ่งหน้าไปทางนั้น คิดค้างแรมสักคืน
ทว่าตอนนางเข้าใกล้หมู่บ้านนั้น นางกลับต้องชะงักฝีเท้าลง มองหมู่บ้านตรงหน้าด้วยแววตาวูบไหว
ตรงหน้าคือหมู่บ้านขนาดเล็กราวยี่สิบถึงสามสิบครัวเรือน ดูแล้วคล้ายกับหมู่บ้านธรรมดา แต่เมื่อนางเข้าไปใกล้ กลับต้องประหลาดใจกับปราณเยือกเย็นที่ลอยอบอวลอยู่โดยรอบ
นางมุ่นคิ้ว ชักฝีเท้าที่เดิมทีหยุดค้างไว้กลับมา ไม่ได้เดินหน้าต่อไป กลับหมุนกายไปจากที่นี่ ด้วยลางสังหรณ์ของนางแล้ว หมู่บ้านนั้นไม่ปกติ หากนางเข้าไปแล้ว เกรงว่าอาจจะสร้างปัญหาใหญ่อยู่ที่นี่ได้
หลังจากลังเลเล็กน้อย นางก็เลือกที่จะหลบเลี่ยง
สถานที่เย็นยะเยือกพรรค์นี้ คนธรรมดาอยู่ไม่ได้หรอก ต่อให้มีก็คงเป็นเพียงสิ่งที่มองแสงสว่างไม่ได้แล้ว
หลังจากนางถอยออกจากสถานที่แห่งนั้น นางไม่ได้เดินหน้าต่อไปอีก ทว่าถอยออกไปยังสถานที่ซึ่งห่างออกมาประมาณห้าร้อยหมี่แทน จุดไฟพักผ่อนอยู่ที่นั่น จนกระทั่งฟ้ามืดสนิท ท่ามกลางค่ำคืนที่มืดมิดนี้มีเสียง