นกร้องดังมาอย่างเลือนราง..
นางพิงเนินเขาพักผ่อนในตอนกลางคืน ตรงหน้าเป็นกองไฟที่มอบความอบอุ่นและลมปราณให้ แม้คืนนี้นางจะหลับตาอยู่ก็ยังรับรู้ได้ว่ามีบางอย่างคิดเข้าใกล้ข้างกายนางอยู่หลายครั้ง ทว่าสุดท้ายก็ลังเลก่อนจะจากไป
แต่ตอนกลางดึกนั้นเอง นางเรียกกลืนเมฆาและส่านเตี้ยนออกมา ให้พวกมันคอยคุ้มครองนางทั้งซ้ายและขวา แรงกดดันมหาศาลแผ่ออกมาจากตัวพวกมัน สิ่งสกปรกเหล่านั้นไม่กล้าเข้าใกล้นางแม้สักคืบ ยิ่งไปกว่านั้นบนกายนางยังแขวนน้ำตาที่หวันเหยียนเชียนหวา พี่สาวของนางมอบไว้ให้อีกด้วย!
เวลาหนึ่งคืนผ่านพ้นไป เมื่อถึงเช้าวันใหม่มาถึง กองไฟตรงหน้าเฟิ่งจิ่วก็ดับมอดลงแล้วเช่นกัน เหลือเพียงควันเจือจางลอยขึ้นข้างบน
หลังจากตื่นนอน เฟิ่งจิ่วก็ใช้น้ำในห้วงมิติมาล้างหน้าบ้วนปากอย่างง่ายๆ กินผลไม้สองสามผล จากนั้นก็พากลืนเมฆากับส่านเตี้ยนเดินทางต่อ ตอนผ่านหมู่บ้านขนาดเล็กแห่งนั้น นางกลับเห็นว่าหมู่บ้านที่เห็นเมื่อตอนย่ำค่ำนั้นหายไปอย่างไร้ร่องรอย สิ่งที่ปรากฏอยู่มีเพียงสุสานที่มีหญ้ารกชัฏขึ้นอยู่เต็มไปหมด…
……….