คอยช่วยเหลือ ดูสิว่าภูตหมอผู้นั้นยังจะงัดลูกไม้ใดออกมาใช้ได้อีก”
หลายคนปรึกษากันในห้องโถง ยิ่งพูดก็ยิ่งตื่นเต้น มีเพียงเจ้าสำนักสามที่ฟังคำพูดของพวกเขาแล้วใบหน้าซีดขาว ดวงตาปรากฏความหวาดกลัว ในใจกระวนกระวายไม่อาจสงบได้…
เจ้าสำนักสามกำลังคิดว่าหากพวกเขาคิดลงมือกับภูตหมอผู้นั้นจริงๆ เช่นนั้นเขาก็ต้องไปหาที่ซ่อนตัว ภูตหมอผู้นั้นสร้างบาดแผลในจิตใจให้เขามากเกินไป ถึงขั้นที่ตอนนี้ก็ยังไม่อาจเดินออกจากความน่าเกรงขามของนางได้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการไปคิดบัญชีกับนางเลย
พวกเขาหลายคนกล้า แต่เขาไม่กล้า
สองวันหลังจากนั้น คนสำนักสัตยุทธ์ลอบเข้าเมือง ตอนพวกเขาเข้ามาในเมือง คนตระกูลฉินก็ทราบข่าวแล้วเช่นกัน ผู้อาวุโสในตระกูลบอกเรื่องนี้กับคุณชายใหญ่แล้ว จากนั้นก็ให้เขาไปหาเฟิ่งจิ่วเพื่อบอกเรื่องนี้กับนาง
คุณชายใหญ่ฉินมาถึงลาน เห็นจี้หยวนกำลังนั่งอยู่ข้างในจึงกล่าวว่า “ภูตหมอ คนสำนักสัตยุทธ์เริ่มเคลื่อนไหวแล้ว”
เฟิ่งจิ่วที่อ่านตำรายาอยู่ในลานฟังแล้วก็เก็บตำราในมือทันที ถามว่า “มาถึงเมืองนี้อีกแล้วหรือ”
“ขอรับ พวกผู้อาวุโสส่งสายลับออกไปสืบความ รู้มาว่าพวกเขาลอบเข้าเมืองมาแล้ว” คุณชายใหญ่ฉินมองนาง ก่อ