นถามอีกว่า “ไม่ทราบว่าต่อไปพวกข้าต้องทำอะไรบ้าง”
เฟิ่งจิ่วเดินอยู่ในลาน ฝีเท้าเนิบช้าทว่าสง่างาม “ไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้น รอพวกเขามาเยือนถึงที่”
ในเมื่อสวรรค์ให้ทางเดินกลับไม่เดิน เช่นนั้นก็อย่ากล่าวโทษที่นางเปิดประตูนรกให้พวกเขาก็แล้วกัน!
ตกกลางคืน รอบข้างมืดสนิท บนถนนใหญ่อ้างว้าง ตอนนี้เองเจ้าสำนักหลายคนของสำนักสัตยุทธ์รวมกลุ่มกัน นำคนล้อมตระกูลฉินเอาไว้
ใต้กำแพงนั้น เจ้าสำนักใหญ่ถามว่า “พวกเจ้าวางยาแล้วใช่หรือไม่”
“วางใจเถอะพี่ใหญ่! ซื้อตัวข้ารับใช้วางยาในน้ำที่พวกเขาใช้ดื่มกินเรียบร้อย ตอนนี้น่าจะนอนหลับเหมือนกับหมูตายกันหมดแล้ว รอให้พวกเราไปเชือด”
ครั้นได้ยินดังนั้น เจ้าสำนักใหญ่ก็พยักหน้า “ดีมาก เจ้าพาคนกลุ่มหนึ่งลอบเข้าไปก่อน อีกเดี๋ยวพวกข้าจะตามเข้าไป”
“ขอรับ” ทันทีที่ตอบรับแล้ว เขาก็โบกมือครั้งหนึ่ง นำศิษย์ในสำนักกลุ่มหนึ่งมุ่งหน้าเข้าไปในตระกูลฉิน ทว่าทันทีที่พวกเขาตีลังกากระโดดข้ามผ่านประตูใหญ่ตระกูลฉิน กลับได้กลิ่นหอมเจือจางที่ตลบอบอวลอยู่ในอากาศรางๆ
“นี่คือกลิ่นดอกไม้ที่โชยมาจากสวนดอกไม้หรือ กลิ่นหอมทีเดียว” คนที่อยู่ข้างหน้ากล่าว เดินเข้าไปข้างในไปพลาง ยื่นศีรษะมองข้างในไปพลาง หล