ไรอีก” เจ้าสำนักสามผู้นั้นไม่คิดเลยว่าสตรีที่งดงามราวหยกและบุปผาคนหนึ่งจะเรียกสัตว์มหาเทพออกมาได้ ตอนนี้เห็นรอยยิ้มเย็นชาของนาง เขาก็ยิ่งหนาวสั่นขึ้นมาอย่างอดไม่ได้
น่ากลัวนัก! ภูตหมอผู้นี้น่ากลัวนัก! เป็นเหมือนมารร้ายที่มาจากนรกโดยแท้! นางไม่ใช่หมอโดยสิ้นเชิง นางต้องเป็นมารหรือไม่ก็ผีอย่างแน่นอน!
“มาถามข้าได้อย่างไร” เฟิ่งจิ่วหัวเราะเสียงเบา “ไม่ควรถามข้านะ เป็นพวกเจ้าต่างหากที่ต้องชดใช้บ้าง” นางจ้องเจ้าสำนักสาม “เจ้าจะลงมือเองหรือให้ข้าช่วย”
เห็นรอยยิ้มกระหายเลือดตรงริมฝีปากของนางแล้ว เจ้าสำนักสามเพียงรู้สึกถึงความหนาวยะเยือกที่แทรกขึ้นมาจากก้นบึ้งของหัวใจ เขาถอยหลังไปก้าวหนึ่ง ในห้วงสมองมีลางสังหรณ์ว่าหากตนเองไม่ลงมือ เกรงว่านางจะคร่าชีวิตของเขา ณ ที่ตรงนี้จริงๆ แล้ว!
เมื่อคิดถึงตรงนี้ เขาก็กัดฟันถามขึ้นว่า “ขอเพียงข้าลงมือเอง เจ้าก็จะปล่อยพวกข้าจากไปใช่หรือไม่”
“อืม หากทำให้ข้าพอใจ หลังจากขอโทษคนตระกูลฉินแล้ว อีกทั้งรับปากว่าจะไม่มาปรากฏตัวอีก ข้าย่อมจะปล่อยพวกเจ้าจากไป” เฟิ่งจิ่วพูดพลางยิ้มตาหยี
เจ้าสำนักสามพอได้ฟังก็สูดลมหายใจเข้าลึกๆ ดันสองคนข้างกายที่ประคองเขาอยู่ออก สายตามองไปทา