ีเจ้าสำนักห้าผู้นี้คิดจะลงมือให้ถึงตาย
“ภูตหมอระวัง!”
เหล่าผู้อาวุโสตระกูลที่ยืนอยู่ข้างกายเฟิ่งจิ่วตะโกนขึ้น แม้แต่คุณชายรองฉินที่ยืนอยู่ข้างหลังเห็นดังนั้นก็ต้องหวั่นใจเช่นกัน ขณะคิดจะก้าวไปข้างหน้าเพื่อดึงตัวนางกลับมานั้นเอง ใครเล่าจะรู้ว่ากลับได้เห็นภาพที่น่าตื่นตะลึงแทน
“กลืนเมฆา ข้าต้องการแขนของเขาข้างหนึ่ง”
เฟิ่งจิ่วเอ่ยเสียงเรียบ ไม่แม้แต่จะขยับเลยด้วยซ้ำ แต่ทันใดนั้นก็เห็นสัตว์กลืนเมฆากระโดดออกมาจากในห้วงมิติ พร้อมกับแสงสว่างเจิดจ้า ในเวลาเดียวกันกับที่เสียงคำรามดังขึ้น ปากที่เปิดกว้างนั้นก็กัดแขนของคนผู้นั้นออกมาข้างหนึ่ง
แคว่ก!
“อ้าก!”
เสียงคำรามร้องของสัตว์ร้าย อานุภาพนั้นช่างยิ่งใหญ่และน่ากลัว ทันทีที่เสียงคำรามดังออกมา ทุกคนรอบข้างล้วนรู้สึกใจสั่น เลือดทั่วกายเอ่อขึ้นมา เจ็บแปลบที่แก้วหู อีกทั้งยังปวดศีรษะอย่างรุนแรง ก่อนจะเข่าอ่อนคุกเข่าลงกับพื้นเพราะความเจ็บปวดพลางกุมศีรษะร้องอย่างน่าเวทนา
“อ้าก...”
“โฮก...”
ตอนนี้เอง สัตว์กลืนเมฆาฉีกแขนของคนผู้นั้นแล้วเหวี่ยงเขาออกไปไกลสิบกว่าหมี่ เจ้าสำนักห้าที่ถูกเหวี่ยงออกไปนั้นหมดสติไปท่ามกลางความเจ็บปวดที่จู่โจมถึงหัวใจ เมื่อตกลงบนพื