นชั่วร้ายภายในกายซ่านสลายไปแล้ว ข้าว่าเจ้าแช่น้ำสมุนไพรอีกสักรอบก็น่าจะไม่เป็นไรมากแล้ว”
เฟิ่งจิ่วพูด ตอนชักมือกลับเห็นเขามองนางด้วยความงุนงง นางจึงถามว่า “เป็นอะไรไป มีอะไรอยากพูดหรือ”
“จะ…เจ้าเป็นใคร” คุณชายรองฉินถาม ด้วยรู้สึกว่าสตรีนางนี้แปลกมาก กลางค่ำกลางคืนกลับอยู่ร่วมห้องกับเขา นอกจากนางมีสีหน้าเรียบสงบแล้ว ยังมีเหตุการณ์เมื่อครู่นี้อีก...
เฟิ่งจิ่วลุกขึ้นยืน มือหนึ่งค้ำไม้เท้าพลางมองเขา “เจ้าเรียกข้าว่าภูตหมอก็ได้” พร้อมกันนั้นนางก็หมุนกายเดินไปนั่งลงบนตั่งนุ่ม หยิบผ้าห่มข้างๆ มาคลุมร่างกาย จากนั้นก็หลับตาพักผ่อน
“หลับให้สบายสักตื่นเถอะ! พรุ่งนี้ตื่นขึ้นมาแล้วเจ้าจะพบว่าร่างกายฟื้นฟูขึ้นมามากเลย” เฟิ่งจิ่วหรี่ตากล่าว ก่อนจะไม่สนใจเขาอีก นอนหลับไปเช่นนั้น
นางลืมบอกกล่าวคนตระกูลฉินที่นอนไม่หลับเหล่านั้นไปเสียสนิท ด้วยเหตุนี้ทำให้พวกเขาคอยท่าตลอดทั้งคืน จนกระทั่งฟ้าสางในวันรุ่งขึ้น พวกผู้นำตระกูลรีบร้อนมาถึงกลางลานแล้ว…
“ภูตหมอ? ภูตหมอ?” ผู้นำตระกูลเรียกอยู่ข้างนอก ข้างในไม่มีเสียงตอบรับ เขาก็ไม่กล้าเปิดประตูเช่นกัน
……….