แล้ว ไหนเลยจะยังมีเหตุผลไม่ให้ข้าจัดการพวกเจ้าอีก!”
สิ้นเสียงนั้น พลังวิญญาณจากน้ำเต้าในมือพลันเอ่อขึ้นมา แรงดึงดูดมหาศาลดูดวิญญาณผีหลายตนนั้นเข้าสู่น้ำเต้าในทันที จากนั้นจึงชำระล้างวิญญาณผีจนสะอาดบริสุทธิ์ กลิ่นอายเยือกเย็นในห้องคล้ายกับหายไปอย่างเงียบเชียบ
นางเขย่าน้ำเต้าขนาดเล็ก เหน็บมันไว้ที่เอว หลังจากชำเลืองมองค่ายกลกักวิญญาณ สองมือประสานกันเป็นมุทรา คลายค่ายกลกักวิญญาณบนพื้นไป
เมื่อทำทุกอย่างจนเสร็จสิ้น ไม่จำเป็นต้องรอนานถึงหนึ่งก้านธูป นางก็จุดตะเกียงในห้อง ครั้นมีแสงสว่างแล้ว นางก็ต้องประหลาดใจที่เห็นคนที่ควรไม่ได้สติอยู่บนเตียงกลับฟื้นขึ้นมาแล้ว และตอนนี้กำลังมองนางอยู่
“ฟื้นแล้วหรือ” เฟิ่งจิ่วเลิกคิ้ว แปลกใจอยู่บ้าง
“เป็นเจ้าช่วยข้าไว้หรือ” คุณชายรองฉินมองหญิงสาวแปลกๆ ผู้นั้น คิดลุกขึ้นนั่ง แต่กลับพบว่าตนเองไร้เรี่ยวแรง ทำได้เพียงถามว่า “เจ้าเป็นใคร”
“ข้าคือผู้มีพระคุณช่วยชีวิตเจ้า” เฟิ่งจิ่วพูดกึ่งล้อเล่น นางเดินกะเผลกไปข้างหน้า ถึงข้างเตียงแล้วนั่งลง จากนั้นยื่นมือไปจับชีพจรเขาอย่างเป็นธรรมชาติ
“อืม พลังชีวิตฟื้นฟูขึ้นมาไม่น้อย ชีพจรมีเรี่ยวแรงขึ้นเช่นกัน ที่สำคัญที่สุดคือปราณหยิ