้ตะลึงลานอยู่บ้าง ตอนนี้เมื่อลองมองดูอีกครั้งก็ยิ่งรู้สึกแปลกใจ
แม้จะสวมเสื้อผ้าซอมซ่อทั้งตัว แต่กลิ่นอายของอีกฝ่ายกลับไม่ธรรมดาเลย โดยเฉพาะดวงตาสีดำสุกใสคู่นั้น มันทอประกายแห่งความเย็นชาและน่าหวั่นเกรง เขาถอนสายตากลับมาในทันที ก่อนจะก้าวเท้ายาวๆ เข้าไปประสานมือคารวะ
“ไม่ทราบว่าปราชญ์โอสถมาเยือน ข้าผู้แซ่ฉินมาต้อนรับล่าช้า หวังว่าปราชญ์โอสถจะไม่ถือโทษ”
“ผู้นำตระกูลฉิน” เฟิ่งจิ่วพยักหน้าเล็กน้อย ไม่ได้ลุกขึ้นยืน เพียงนั่งมองเขาอยู่อย่างนั้น
ตอนนี้เองผู้นำตระกูลฉินประคองเหรียญตราไว้ด้วยสองมือ พร้อมกันนั้นก็ก้าวไปข้างหน้า “ปราชญ์โอสถ ข้าขอคืนเหรียญตราให้ท่าน”
เฟิ่งจิ่วรับเหรียญตรานั้นมา “ครั้งนี้ข้ามาเพราะได้ยินว่าตระกูลฉินมีเมตตา อีกทั้งได้ยินว่าคุณชายรองป่วยหนักมาก จึงตั้งใจมาดูสักครั้งหนึ่ง”
ได้ยินดังนั้นแล้วผู้นำตระกูลฉินก็ดีใจมาก “ขอบคุณปราชญ์โอสถ! ขอบคุณปราชญ์โอสถ!”
“เรียกข้าว่าภูตหมอเถอะ!” เฟิ่งจิ่วกล่าว ดื่มชาอึกหนึ่งแล้วยืนขึ้น “พาข้าไปดูคุณชายรองหน่อย!”
“ได้ๆ! ภูตหมอเชิญทางนี้” เขาต้อนรับและนำทางด้วยตนเอง พานางไปยังลานด้านหลัง
เมื่อถึงลานด้านหลังและเข้าไปในห้องนอนแล้ว ผู้นำตระกูลรีบแนะ