นำเฟิ่งจิ่ว “นี่คือฮูหยินของข้า ส่วนนี่คือบุตรชายคนโต และนั่นบุตรีคนเล็ก มาๆ พวกเจ้ามาทักทายภูตหมอเร็ว”
“คารวะภูตหมอ” สามคนเห็นผู้มาเยือนยังเยาว์วัยนัก อีกทั้งใบหน้างดงามนั่นก็ขัดกับเสื้อผ้าขาดวิ่นยิ่งนัก จึงอดไม่ได้ที่จะรู้สึกประหลาดใจ
เฟิ่งจิ่วพยักหน้าเล็กน้อย เดินไปข้างหน้า มาถึงข้างเตียงด้านในนั้น เพื่อตรวจดูบุรุษที่อยู่บนเตียง เขายังคงนอนหลับ สีหน้าซีดเซียวไร้สีเลือด ขอบตาลึกโหล ลมหายใจอ่อนแรงคล้ายจะหมดลมหายใจได้ตลอดเวลา
หลังจากตรวจดูแล้ว เฟิ่งจิ่วเลิกหัวคิ้วขึ้นเล็กน้อย ชักมือกลับมาด้วยความแปลกใจอยู่บ้าง ขณะมองบุรุษที่อยู่บนเตียงก็กล่าวกับหลายคนข้างเตียงว่า “คุณชายรองไม่ได้ป่วย”
ได้ยินประโยคนี้แล้ว คนตระกูลฉินพลันชะงักงัน โดยเฉพาะฮูหยินฉินที่พูดขึ้นมาอย่างอดไม่ได้ “ไม่ได้ป่วย? เอ่อ เขาป่วยจนมีสภาพนี้แล้ว จะไม่ได้ป่วยได้อย่างไร ภูตหมอดูผิดหรือไม่”
“ฮูหยิน อย่าเสียมารยาท”
ผู้นำตระกูลฉินตกใจจึงรีบปราม จากนั้นก็กล่าวกับเฟิ่งจิ่วว่า “คนในครอบครัวต่างก็เป็นกังวล ยามพูดจาจึงลืมคิดคำนึงไปบ้าง ขอภูตหมออย่ากล่าวโทษ” นางเป็นถึงปราชญ์โอสถ ใช่ว่าใครก็กังขานางได้ ยิ่งไปกว่านั้นนางเพียงบอกว่าไม่ได้ป่วย