ม่มีแรงเสียอย่างนั้น อยากเดินก็ทำได้แค่เดินกะโผลกกะเผลก
นอกจากนี้นางพยายามที่จะดึงเสื้อผ้าบนกายออก คิดจะเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดนี้ทิ้งเสีย แต่ใครเล่าจะรู้ว่าเสื้อผ้าเก่าขาดบนร่างกายนี้กลับถอดไม่ออก นี่ทำให้นางอดไม่ได้ที่จะกัดฟันพลางกล่าวว่า “ชายชราผู้นี้ คิดจะให้ข้าสวมเสื้อผ้าชุดนี้ตลอดสิบวันครึ่งเดือน โดยไม่ต้องล้างหน้าอาบน้ำเลยหรืออย่างไร”
นางสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อให้ใจเย็นลงก่อนจะเดินเข้าป่าไป จากนั้นก็หักกิ่งไม้ในป่ามาใช้ต่างไม้เท้า คราวนี้จึงค่อยเดินตามถนนเส้นเล็กไปพร้อมกับไม้เท้า
ดวงอาทิตย์เหนือศีรษะแผดเผารุนแรงมาก ระหว่างทางมีเพียงต้นไม้ข้างทางที่บดบังแสงอาทิตย์ให้ได้ นางเดินไปครู่ใหญ่ก่อนจะนำน้ำจากห้วงมิติมาดื่มสองสามอึก จากนั้นก็เดินหน้าต่อไป
จนกระทั่งมาถึงเมืองๆ หนึ่ง ขณะกำลังจะเดินกะเผลกเข้าไปข้างใน นางพลันถูกทหารเฝ้าเมืองขวางเอาไว้
“ขอทานจากที่ไหน ไปๆๆ ขอทานเข้าเมืองไม่ได้ รีบไป!”
เฟิ่งจิ่วมองพวกเขาครั้งหนึ่ง เห็นบนกายทหารยามไม่มีปราณพลังวิญญาณ มีเพียงพลังเร้นลับ ความคิดของนางพลันโลดแล่น มองเข้าไปยังใจกลางเมืองครั้งหนึ่ง ทว่าเพียงมองครั้งเดียวก็ถูกทหารยามคนหนึ่งในนั้นดันไปข้างหน้า แรงดัน