างสงบสุขทิ้ง…
ช่างเถอะ การใส่ไว้ในกระเป๋าก็ไม่เสียหายอะไร ถึงโยนทิ้งทีหลังก็ไม่มีปัญหาหรอก
“คุณสวีมีบางอย่างเกิดขึ้นครับ คุณรีบมาจัดการเถอะ ลูกบ้านอีกท่านกำลังโทรหาตำรวจและบอกว่ามีคนพยายามจะฆ่าเขาด้วยมีด ตำรวจเองก็มาถึงแล้ว…”
ชายหนุ่มรับรู้ได้ถึงความกังวลของเลขาผ่านทางโทรศัพท์ทันที สวีข่ายอวิ๋นลืมเรื่องผู้หญิงขี้โกหกนั่น พลันสตาร์ตรถ “ฉันจะไปเดี๋ยวนี้!”
ขณะขับรถอยู่ เขาก็นึกถึงสิ่งที่เฝ่ยไป๋ลู่บอกไว้ แต่ถึงยังไงเขาก็คิดว่าเรื่องเครื่องรางสงบสุขล้วนเป็นเรื่องโกหก เพราะถ้าเรื่องมันจะเกิด มันก็ต้องเกิด
สวีข่ายอวิ๋นหัวเราะเยาะกับความไร้เดียงสาของจางเฉิง แต่… ไม่ทันไรชายหนุ่มพลันรู้สึกราวกับว่ามีไฟซ่อนอยู่ในกระเป๋า มันทำให้เขาตัวสั่นสะท้านขึ้นมา
ทันใดนั้นเขาก็นึกถึงสิ่งที่เฝ่ยไป๋ลู่พูดอีกครั้ง ชายหนุ่มจึงจอดรถเพื่อตรวจสอบเครื่องรางสงบสุข และขณะที่เขาก้มศีรษะลง พลันหางตาก็เห็นรถบรรทุกขนาดใหญ่จากสถานที่ก่อสร้างขับตรงเข้ามาทางเขา
หัวใจของสวีข่ายอวิ๋นพลันตื่นตระหนก ความรู้สึกถึงอันตรายพุ่งเข้ามาในใจอย่างรุนแรง
เขาปลดเข็มขัดนิรภัย เปิดประตูรถ แล้วกลิ้งตัวออกไปทันที
หลังจากนั้นก็มีเสียง ‘ปัง’ ดังสนั่น สวีข่ายอวิ๋นเห็นรถคันหรูของเขากลายเป็นขยะโลหะยับย่นไปต่อหน้าต่อตา
หลังจากเฉียดตายมา มือของสวีข่ายอวิ๋นก็สั่นไปหมด จากนั้นเขาก็โทรหาตำรวจ แล้วจึงโทรหาจางเฉิง “จางเฉิง นายช่วยขอให้อาจารย์คนนั้นวาด