เครื่องรางสงบสุขอีกครั้งได้ไหม?”
จางเฉิงพลันรู้สึกไม่พอใจ “ฉันไม่กล้าไปหาอาจารย์เพราะท่าทีของแกเนี่ยแหละ…”
“จางเฉิง ฉันเกิดเรื่อง แล้ว…แล้วเครื่องรางที่นายให้ช่วยฉันไว้…”
“…” จางเฉิงพูดอะไรไม่ออก ได้แต่ยกมือลูบหน้า “ก็ได้ ฉันจะไปถามท่านอาจารย์ว่าท่านยินดีจะให้อีกอันไหม แต่ถ้าท่านบอกว่าไม่ งั้นก็คงไม่มีทาง…”
สวีข่ายอวิ๋นวางสายและมองเครื่องรางสงบสุขที่ถูกเผาจนกลายเป็นเถ้าถ่าน พลันรู้สึกสูญเสียแนวคิดวัตถุนิยมของตนเองไปอย่างสิ้นเชิงในวันนี้
“อาจารย์ ผมให้เครื่องรางสงบสุขที่คุณเพิ่งมอบให้กับเพื่อนไป” จางเฉิงรู้สึกละอายใจ แต่เพราะเห็นแก่เพื่อน เขาจึงใช้ความกล้าถามอาจารย์อีกครั้ง “เขาโทรหาผม และบอกว่าเครื่องรางถูกเผาเป็นเถ้าถ่านไปแล้ว ฉะนั้นผมขอเครื่องรางอีกอันได้ไหมครับ?”
“ได้สิ” เดิมทีเขาคิดว่าอีกฝ่ายจะไม่ตอบรับแล้ว แต่คาดไม่ถึงว่าจะได้รับคำตอบจากเฝ่ยไป๋ลู่อย่างรวดเร็ว ราวกับว่าเธอได้คาดการณ์ไว้แล้วแบบนี้
จางเฉิงอดรู้สึกไม่ได้ว่าทุกอย่างอยู่ภายใต้การควบคุมของอาจารย์หรือเปล่า?
เมื่อสวีข่ายอวิ๋นเห็นเฝ่ยไป๋ลู่อีกครั้ง สีหน้าที่เย่อหยิ่งพลันเต็มไปด้วยความละอายใจและเสียใจ เขาขอโทษเฝ่ยไป๋ลู่พร้อมกับขอร้องให้อีกฝ่ายให้อภัยการกระทำในอดีต และช่วยเขาค้นหาว่า ทำไมเขาถึงต้องมาเจอเรื่องแย่ ๆ แบบนี้
เฝ่ยไป๋ลู่ยอมรับคำขอโทษของอีกฝ่ายอย่างใจเย็น เธอมองสวีข่ายอวิ๋นแล้วพูดว่า “โชคร้ายเหรอ? บอกฉันเกี่ยวกั