บเรื่องของคุณหน่อยสิคะ”
สวีข่ายอวิ๋นขมวดคิ้ว “เรื่องมีอยู่ว่า มีบางอย่างเกิดขึ้นในชุมชนที่กำลังสร้างขึ้นใหม่ของเรา ลูกบ้านหลายคนโทรหาตำรวจและบอกว่ามีคนพยายามจะฆ่าพวกเขาด้วยมีด แต่ทั้งทางเราและทางตำรวจได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดแล้ว ทว่าก็ไม่พบคนคนนั้นเลยครับ”
“เจ้าของบ้านบางคนถึงกับบอกว่า ชุมชนของเราเป็นบ้านผีสิงที่มีฮวงจุ้ยไม่ดี ทุกคนจึงตกอยู่ในอันตราย และลูกบ้านจำนวนมากก็ย้ายออกไป อีกทั้งความคิดเห็นของสาธารณชนก็ยังส่งผลกระทบร้ายแรงต่อการขายอสังหาริมทรัพย์ในชุมชนของเราด้วย”
“ตอนนั้นพ่อผมไปประสานงานกับลูกบ้าน ท่านก็ถูกผลักล้มลงกับพื้นจนขาหัก ตอนนี้ท่านก็ยังนอนอยู่ในโรงพยาบาลอยู่เลย ผมกับแม่จึงดูแลกิจการของบริษัทแทน แต่ธุรกิจก็ได้รับผลกระทบอย่างมากจากความคิดเห็นของประชาชนที่ว่าบ้านในหมู่บ้านเราเป็นบ้านผีสิง”
เฝ่ยไป๋ลู่กล่าวนิ่ง ๆ “คุณคิดว่ามีคนสมรู้ร่วมคิดกับลูกบ้านเหล่านั้นเพื่อวางแผนใส่ร้ายคุณอยู่หรือเปล่าคะ?”
สวีข่ายอวิ๋นก้มหน้าลง ไม่กล้าพูดอะไร เดิมทีเขาคิดว่าต้องเป็นคู่แข่งทางธุรกิจ แต่หลังจากได้เห็นฤทธิ์อันน่าอัศจรรย์ของเครื่องรางสงบสุขที่เฝ่ยไป๋ลู่เขียน เขาก็เริ่มสงสัยว่ามีอะไรผิดปกติจริง ๆ หรือไม่ก็เกี่ยวข้องกับฮวงจุ้ยของชุมชน
ทันใดนั้น โทรศัพท์มือถือของสวีข่ายอวิ๋นก็ดังขึ้น เฝ่ยไป๋ลู่โบกมือให้เขารับโทรศัพท์
“คุณสวี ตอนนี้คุณอยู่ไหนแล้วครับ ลูกบ้านตะโกนว่ามีคนกำลังจะฆ่าเขา แม้แต่