ยวจิ่ว นางจะจัดการอย่างไร” นางพูดพึมพำ คิดถึงเฟิ่งจิ่วขึ้นมา หากเป็นเฟิ่งจิ่ว นางจะทำอย่างไร?
นางเดินออกไปข้างนอกอย่างเชื่องช้า เดินไปยังเรือนไม้ไผ่ที่ตนอาศัยอยู่อย่างไร้เรี่ยวแรง ด้วยเหตุนี้นางจึงมองไม่เห็นว่าในป่าไผ่ข้างหลังนางนั้น เงาร่างสีขาวสายหนึ่งเดินออกมาแล้ว กำลังใช้มือไพล่หลังมองนางอยู่เงียบๆ
แววตาของจวินเจวี๋ยซางลึกล้ำดุจมหาสมุทร บนกายยังคงมีกลิ่นอายที่น่าประหลาด เขามองหวันเหยียนเชียนหวากลับเรือนไม้ไผ่ของตนเองไปอย่างเงียบเชียบ คราวนี้เขาถึงได้หลุบตาลง ปกปิดความรู้สึกในดวงตาก่อนเดินไปทางเรือนของตนเองบ้าง
หวันเหยียนเชียนหวาที่กลับถึงเรือนไม้ไผ่ของตนแล้วหยิบหยกสื่อสารกับเฟิ่งจิ่วออกมา นางลังเลว่าจะถามเฟิ่งจิ่วดีหรือไม่ จึงจับป้ายหยกส่งสารในมือเล่นอยู่ตลอด จนกระทั่งสีท้องฟ้าข้างนอกค่อยๆ มืดลง นางถึงตัดสินใจเล่าเรื่องนี้ให้เฟิ่งจิ่วฟัง ขณะเดียวกันก็อยากถามเช่นกันว่าหากเป็นนาง นางจะจัดการอย่างไร?
เฟิ่งจิ่วที่อยู่อีกด้านหนึ่งกลับไม่รู้เรื่องนี้ เพราะนางอยู่ในฤทธิ์ของโอสถร่างสัตว์ สองวันนี้กลางวันนางอยู่ในร่างสัตว์ กลางคืนกลับฟื้นคืนเป็นร่างคน พเนจรอยู่ที่นี่ตลอดเวลา แต่วันนี้ท้องฟ้าเร