รลงโทษด้วยโอสถ ฮ่าๆ ไม่ใช่ว่าเจ้าอยากรู้หรือว่านี่คือโอสถอะไร ไม่เป็นไร อีกเดี๋ยวเจ้าก็รู้แล้ว”
เฟิ่งจิ่วถลึงตามองเขา ไม่ว่าอย่างไรก็คิดไม่ถึงว่าเขาจะบีบบังคับโดยไม่พูดพร่ำทำเพลงเช่นนี้ นางรู้ว่าพลังของเขาลึกล้ำยากหยั่ง แต่คิดไม่ถึงเลยว่าความเร็วของเขาจะเร็วเสียจนทำให้นางไม่ทันได้มีปฏิกิริยาตอบโต้แต่อย่างใด ตอนนี้ทั้งตัวนางแข็งเกร็งไม่อาจขยับได้แม้แต่เสี้ยวเดียว แม้แต่วาจาก็เอ่ยไม่ออก จึงจำใจต้องกลั้นโทสะไว้จนหน้าแดงก่ำ
ชายชราผู้นี้ร้ายกาจเกินไปแล้ว!
“อืม ให้อาจารย์คิดหน่อย ส่งเจ้าไปอยู่ที่ไหนถึงจะดีนะ” เขาลูบเคราครุ่นคิด พลางเดินไปเดินมาอยู่ข้างกายเฟิ่งจิ่ว จากนั้นจ้องมองนาง ไม่นานก็ปรบมือครั้งหนึ่ง “รู้แล้ว!”
เฟิ่งจิ่วมีลางสังหรณ์อยู่เลือนราง อยากถามทว่ากลับพูดออกมาไม่ได้ ดังนั้นนางจึงใช้กระแสจิตถามว่า “อย่างไรเสียข้าก็เรียกท่านว่าอาจารย์ ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่ควรลงมือกับข้ารุนแรงเกินไปกระมัง”
ได้ยินดังนั้นแล้วชายชราก็หัวเราะฮ่าๆ “ศิษย์เอ๋ย! อาจารย์ไม่มีทางทำร้ายเจ้า อาจารย์มีแต่หวังดีกับเจ้า”
ขณะพูดอยู่นั้น เขาก็ใช้ปราณวิญญาณวาดค่ายกลโบราณบนพื้น ค่ายกลกะพริบแสงเปี่ยมไปด้วยปราณวิญญาณ หลังจากเขามองค่าย