นเลือนลั่นราวกับฟ้าผ่าอย่างไรอย่างนั้นทว่าเมื่อพวกเขามาถึงที่นี่ สิ่งที่เห็นกลับเป็นเฟิ่งจิ่วในชุดสีแดงทั้งตัวเปื้อนกากสมุนไพรจำนวนหนึ่ง ใบหน้าเต็มไปด้วยเขม่าควันจนกลายเป็นสีดำ ไกลออกไปจากจรงนั้นสิบกว่าหมี่ เดาโอสถที่ข้างในยังมีลูกไฟยังคงกลิ้งวน มุ่งหน้าไปยังด้านล่างเนินเขาเห็นดังนั้นแล้วผู้ฝึกปราณหนึ่งในนั้นก็รีบรวบรวมปราณทะยานไปข้างหน้า รับเตาโอสถที่กลิ้งลงไปกลับขึ้นมา จากนั้นก็วางลงตรงหน้าเพิ่งจิ่ว เขามองเพิ่งจิ่วแล้วหัวเราะ ผ่อนลมหายใจก่อนกล่าว “พวกข้าก็นึกว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น ที่แท้นายหญิงน้อยกำลังหลอมโอสถ พวกข้าตกใจจนสะดุ้งจริงๆ!”“นายหญิงน้อยไม่ได้บาดเจ็บกระมัง” ผู้ฝึกปราณคนหนึ่งถาม เห็นเฟิ่งจิ่วมีสีหน้าดำคล้ำในดวงตายังเต็มไปด้วยเพลิงโทสะ ท่าทางโมโหน่าดู“ไม่เป็นไร” หลังจากเฟิ่งจิ่วสูดลมหายใจเข้าลึก นางมองพวกเขา “อาจารย์ให้ข้าหลอมโอสถชนิดหนึ่งออกมาภายในสามวัน คาดว่าสองสามวันนี้น่าจะมีเหตุการณ์ที่คล้ายกันเกิดขึ้นอีกพวกท่านไม่จำเป็นต้องมาดูทุกครั้งก็ได้”“ย่าๆๆ ได้ๆ” พวกเขายิ้มอย่างเก้ๆ กังๆ เมื่อเห็นว่าไม่มีอะไรแล้วจึงค่อยหมุนกายจากไปครั้นพวกเขาไปแล้ว เฟิ่งจิ่วก็ปัดกากสมุนไพรที่เปื้อนตัว สายดาหยุดอยู่ที่เตาโอสถตรงหน้ามุ่นคิ้วเล็กน้อยตอนนี้เองคนจัดยาที่อยู่ข้างหลังเดินมาข้างหน้าอย่างระมัดระวัง คล้ายกับกลัวว่าเพิ่งจิ่วจะตำหนิเขา เขารีบกล่าวว่า “นายหญิงน้อย เดานี้ไม่ได้ระเบิด เป็น