ยกถ้วยสุราขึ้นจิบคำหนึ่งแล้วก็ขมวดคิ้ว มีสีหน้าไม่ค่อยพึงพอใจ “นี่ไม่ต่างอะไรจากน้ำ นับว่าเป็นสุราเทพเซียนเ เมามายได้หรือ ไม่อร่อยๆ”
เขาพูดพลางเทสุราไปทางด้านหลัง จากนั้นก็วางถ้วยสุราลงบนโต๊ะข้างหน้า ยิ้มตาหยีมองเฟิ่งจิ่วดังเดิม “ข้าพาเจ้าไปดื่มสุราเทพเซียนเมามายของจริงเป็นอย่างไร”
เฟิ่งจิ่วยังไม่ทันพูดอะไร ชายชราก็ลากตัวนางจากไปแล้ว ไม่รอให้นางขัดขืนหรือปฏิเสธเลยแม้แต่นิดเดียว ชายชราที่เอาแต่ยิ้มให้เฟิ่งจิ่วผู้นี้ แท้จริงแล้วเป็นใครกันแน่? เมื่อ อได้สัมผัสในระยะใกล้ บนกายคนผู้นี้มีกลิ่นสมุนไพรเข้มข้น น่าจะเป็นคนที่เชี่ยวชาญทางด้านสมุนไพรมานานหลายปี ทว่าเมื่อครู่ตอนเขาอยู่บนต้นไม้ นางกลับไม่ได้กลิ่นสมุนไพรแม้แต่น้ อย
“ผู้อาวุโส ท่านเป็นนักเล่นแร่แปรธาตุหรือ” เฟิ่งจิ่วถามพร้อมทั้งเดินตามเขาไป
ชายชราตรงหน้าหันมามองนางครั้งหนึ่ง ยังคงยิ้มดังเดิม “ใช่! ข้าผู้ชราเป็นนักเล่นแร่แปรธาตุ”
ขณะเดินอยู่นั้น ทั้งสองผ่านป่าผ่านถ้ำมากมาย กระทั่งมาถึงริมลำธารสายหนึ่ง ชายชราจึงปล่อยมือจากเฟิ่งจิ่ว เขาจ้องมองลำธารข้างหน้า สุดท้ายจึงพูดกับเฟิ่งจิ่ว “เจ้ารอข้าอยู่ที่นี่ ครู่หนึ่ง”
เงาร่างเขาพลันหายวับไป ปลายเท้าเหยียบ