ับได้กลับไป เห็นชายชราผู้นั้นกอดไหสุราพร้อมพิงต้นไม้หลับตาพักผ่อนอยู่ นางเดินเข้าไปใกล้ก่อนเรียก “ผู้อาวุโส ข้าจับไก่วิญญาณหางหงส์มาแล้ว”
ชายชราลืมตามองเฟิ่งจิ่ว ยิ้มพลางกล่าว “เช่นนั้นเจ้าก็จัดการเถอะ!”
ดังนั้นเฟิ่งจิ่วจึงเก็บรวบรวมเลือดไปจนถึงหางหงส์ที่ยาวที่สุดของไก่วิญญาณทั้งสองตัวเอาไว้ นางไม่ได้ใช้กิ่งไม้หรือก่อไฟ เพียงจัดการขนไก่และทำความสะอาดอวัยวะภายในก่อนห่อด้วยโค คลนเพื่อทำเป็นไก่ขอทาน
นางใช้ไฟในมือย่างไก่โดยตรง ชายชราผู้นั้นนั่งมองอยู่ข้างๆ ตลอด ดวงตาทอประกาย ไม่รู้เหมือนกันว่ากำลังคิดอะไรอยู่
เวลาผ่านพ้นไป นางขุดไก่ขอทานสองตัวนั้นออกมา กลิ่นหอมเข้มข้นตลบอบอวล ดวงตาของชายชราเป็นประกายยิ่งกว่าเดิม “หอมนัก!”
“ผู้อาวุโสลองชิมเถอะ” เฟิ่งจิ่วยื่นไก่ตัวหนึ่งให้เขา
ชายชราก็ไม่เกรงใจเช่นกัน หยิบตะเกียบคู่หนึ่งออกมาจากในแขนเสื้อ คีบเนื้อไก่กิน พร้อมกล่าวชมอีกครั้งว่า “ยอดเยี่ยมจริงๆ” ทันใดนั้นเขาก็รินสุราดื่มถ้วยหนึ่ง จากนั้นรินให้เ เฟิ่งจิ่วถ้วยหนึ่ง “มา เจ้าลองชิมสุราเทพเซียนเมามายดู”
เฟิ่งจิ่วฟังแล้วชะงักไปเล็กน้อย “หากนี่เป็นสุราเทพเซียนเมามาย เกรงว่าข้าดื่มถ้วยเดียวก็คงเมาแอ๋แล้ว