้าใจได้” ชายวัยกลางคนชำเลืองมองเฟิ่งด้วยท่าทางคล้ายกับกำลังพูดว่า าข้ารู้อยู่แล้วเชียว จนกระทั่งนำทางมาจนถึงด้านหน้า “ใกล้ถึงหน้าถ้ำของราชาโอสถแล้ว พวกเรารออยู่ที่นี่ก่อนเถอะ!”
เขาพูดแล้วพาเฟิ่งจิ่วไปนั่งลงข้างเก้าอี้ของโต๊ะหินใต้ต้นไม้ด้านข้างทางภูเขา
เฟิ่งจิ่วนั่งลงตรงนั้นอย่างว่าง่าย มองไปรอบๆ พลางกล่าว “ที่พักอาศัยที่นี่เป็นถ้ำหมดเลยหรือ หนึ่งคนหนึ่งถ้ำใช่หรือไม่”
“อืม ถูกต้อง หนึ่งคนหนึ่งถ้ำ จะได้หลอมโอสถได้สะดวก” ชายวัยกลางคนพยักหน้าก่อนพูด อาจเพราะเฟิ่งจิ่วว่าง่ายมาตลอดทาง เขาจึงเรียกคนให้ยกน้ำชาเข้ามา
“ดื่มชาสักถ้วยเถอะ! นี่ล้วนเป็นชาสมุนไพรที่หุบเขาราชาโอสถปลูกเอง มีเงินก็ซื้อไม่ได้หรอกนะ” เขาบอกให้นางชิมน้ำชาดู
เฟิ่งจิ่วยิ้มเล็กน้อย นึกขันอยู่ในใจ คนผู้นี้คิดว่านางต้องได้อยู่ที่นี่อย่างแน่นอนกระมัง คิดว่านางเข้ามาที่นี่แล้วจะหนีออกไปไม่ได้เลยใช่หรือไม่?
“เช่นนั้นโอสถที่หลอมขึ้นโดยนักเล่นแร่แปรธาตุในหุบเขา ต้องส่งมอบให้เบื้องบนทั้งหมดเลยหรือไม่”
“ทุกครั้งที่หลอมโอสถใหม่ออกมาได้ต้องส่งมอบให้เบื้องบนหนึ่งขวด ส่วนอย่างอื่นต่างคนต่างเก็บไว้เองได้” ชายวัยกลางคนตอบ มองเฟิ่งจิ่วแล้วพูดต่