ข้ากลับไปรายงาน”
“ว่ากันว่าเฟิ่งจิ่วผู้นั้นร้ายกาจมาก พวกเราจะสังหารนางได้จริงๆ หรือ” ชายชุดดำถามด้วยความสงสัยอยู่บ้าง
“สังหารนาง? ฮ่าๆ เฟิ่งจิ่วคือเฟิ่งซิงกลับชาติมาเกิด มีหรือจะสังหารนางได้ง่ายๆ ครั้งนี้ไม่มีคำสั่งให้พวกเราสังหารนาง พวกเราเพียงทำให้นางได้ลิ้มรสความร้ายกาจของพวกเราก็ใช้ได้แล ล้ว”
ชายวัยกลางคนในเสื้อคลุมดำกล่าว ก่อนจะหรี่ตาลงเล็กน้อยพลางนำทางชายชุดดำอีกคนเดินกลางป่า เงาร่างหลายสายวูบไหวรวดเร็ว ก่อนจะหายเข้าไปในป่าลึก
กลางดึก เฟิ่งจิ่วที่คุมกระบี่เหาะเหินอยู่นั้นพลันรู้สึกได้ถึงจิตสังหารอันเข้มข้นจู่โจมมาจากทางด้านหลัง นางหลบเลี่ยงตามสัญชาตญาณ เห็นแสงเยือกเย็นสายหนึ่งวาบผ่าน จิตสังหารเข ข้มข้นนั้นแผ่กระจายไปทั่วฟ้า
“ใครกัน!”
นางตะโกนเสียงเย็น ดวงตาวาวโรจน์นำลมปราณน่าครั่นคร้ามกวาดมองโดยรอบ สุดท้ายก็จ้องเขม็งไปยังใจกลางความมืดบริเวณหนึ่ง
ในความมืดตรงนั้นมีชายชุดดำสองสามคนโผล่ออกมา ลมปราณจิตวิญญาณชั่วร้ายบนตัวพวกพวกเขาเอ่อท้น มาถึงด้านหลังนางอย่างไร้สุ้มไร้เสียงแล้ว
“จับตัวนาง!”
คนเหล่านั้นเอ่ยเสียงขรึม เมื่อหนึ่งในนั้นออกกระบวนท่า คนอีกสิบกว่าคนก็ถลาเข้ามาล้อมนางไว้ทันที
……….