งวิญญาณบนร่างกายเอ่อขึ้นมา ความกดดันที่รุนแรงและกระแสอากาศแปรปรวนทำให้ทุกคนที่อยู่รอบตัวพวกเขาล่าถอย ยไปอย่างไม่อาจควบคุมได้
“ผู้อาวุโสใหญ่เป็นอะไรไป ศิษย์เอกให้เขาก้าวเข้าไปไม่ใช่หรือ ไยยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น” หญิงสาวคนหนึ่งถามเสียงเบา
บุรุษที่อยู่ข้างๆ ตอบเสียงเบา “เจ้ามองดูให้ละเอียด ผู้อาวุโสใหญ่ใช่ว่าไม่ขยับ ทว่าขยับไม่ได้ อานุภาพของเขาถูกศิษย์ศักดิ์สิทธิ์กดเอาไว้ ไม่อาจก้าวเท้าไปข้างหน้าได้ต่างหาก!”
“เอ๋? เป็นไปได้อย่างไร ผู้อาวุโสใหญ่เป็นถึงผู้แข็งแกร่งระดับเทพสวรรค์เชียวนะ! หรือว่าพลังของศิษย์เอกจะแก่กล้ายิ่งกว่าผู้อาวุโสใหญ่”
“ศิษย์เอกเป็นศิษย์สืบทอดของศิษย์พี่ของเจ้าตำหนัก พลังของเขาจะอ่อนด้อยได้อย่างไร เขากดพลังของผู้อาวุโสใหญ่ได้นั้นย่อมไม่ใช่เรื่องแปลก ไม่เช่นนั้นเจ้าตำหนักคงไม่มีทางยืนอยู่ ข้างๆ มองดูอยู่เฉยๆ ไม่ออกหน้าเป็นแน่”
“คิดไม่ถึงเลยว่าพลังของศิษย์เอกจะร้ายกาจปานนั้น เห็นทีน่าจะไม่มีใครปฏิเสธได้แล้วกระมัง”
“พูดยาก” ชายวัยกลางคนคนหนึ่งกล่าวขึ้น สายตามองไปยังศิษย์เอกชุดขาวที่อยู่บนแท่น ก่อนกล่าวอีกว่า “อยากเอาชนะใจทุกคนในตำหนักศักดิ์สิทธิ์ ยังขาดอีกขั้นตอนหนึ่ง!”
เมื่อได้ฟังดังนั้น คนข้