างๆ จึงถามขึ้นว่า “ขั้นตอนใดหรือ”
“ย่อมเป็นความสามารถของศิษย์เอกเอง”
ชายวัยกลางคนผู้นั้นกล่าว เห็นผู้อาวุโสใหญ่ตรงนั้นทรุดนั่งลงกับพื้นเพราะสองขาต้านทานไม่ไหวในที่สุด ก่อนจะมองไปบนแท่นด้วยใบหน้าที่ซีดเซียว ทั้งยังเต็มไปด้วยเหงื่อ
“ข้าแพ้แล้ว แพ้ราบคาบ” ผู้อาวุโสใหญ่กล่าว พักหายใจครู่หนึ่งแล้วค่อยลุกขึ้นคารวะเขาอย่างนอบน้อม
จากใบหน้าเจือเสีแดงกลายเป็นซีดขาวเพราะทนไม่ไหวในตอนสุดท้าย คนรอบข้างไม่อาจมองข้ามความกดดันที่เขาต้องทนรับได้ และเพราะเหตุนี้ทำให้เขารู้ถึงพลังของศิษย์เอกเช่นกัน นั่นนับว่ าอยู่ในระดับสูงอย่างแท้จริง ต่อให้ไม่อยากอ่อนน้อมก็ไม่อาจทำได้แล้ว
โม่เฉินพยักหน้าเล็กน้อย มองไปทางทุกคนแล้วถามขึ้นอีก “ยังมีใครอีกหรือไม่”
ศิษย์เอกเสื้อขาวบนแท่นมีสีหน้าดังเดิม อบอุ่น อ่อนโยน และสง่างาม คล้ายกับว่ามั่นใจว่าทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ในการควบคุม ทำให้คนที่กำลังคิดว่าจะเอ่ยปากอย่างไรเหล่านั้นรู้สึกลังเล ขึ้นมาครู่หนึ่งอย่างอดไม่ได้
เขาแข็งแกร่งและมั่นใจในตนเอง การทดสอบในวันนี้เหนือความคาดหมายของพวกเขาครั้งแล้วครั้งเล่า คนที่กำลังจะก้าวออกไปทดสอบเขาในขั้นตอนสุดท้ายอดไม่ได้ที่จะลังเล เพราะศิษย์เอกชุดข ขาวบ