กถ้วยสุราขึ้นกล่าวกับทั้งสองคน “ทั้งสองท่าน ข้าผู้แซ่ถานขอดื่มสุราให้พวกท่านถ้ วยหนึ่ง”
เฟิ่งจิ่วกับเซวียนหยวนโม่เจ๋อยกถ้วยสุราขึ้นตามมารยาท จากนั้นก็ดื่มสุราลงไป
หลังดื่มสุราหนึ่งถ้วย ถานฮ่าวเทียนก็วางถ้วยสุราลง ยิ้มพลางว่า “ข้าผู้แซ่ถานไม่รบกวนพวกท่านแล้ว ขอตัวก่อน” พูดจบแล้วเขาก็เดินออกไปข้างนอกอย่างสบายใจ
ประตูห้องปิดลงอีกครั้ง เซวียนหยวนโม่เจ๋อถอนสายตากลับมา หยิบตะเกียบคีบอาหารให้นางเล็กน้อย กล่าวว่า “เจ้าชิมดู” เมื่อสิ้นเสียงก็คีบอาหารอย่างอื่นใส่ลงในถ้วยของนางอีก
“เจ้าก็กินด้วยสิ” เฟิ่งจิ่วยิ้มตาหยี ช่วยเขาคีบอาหารเช่นกัน
สองคนกินอาหารไปพลาง พูดคุยกันไปพลาง มองทิวทัศน์ยามค่ำคืนไปด้วย ส่วนทางนั้นพวกเหลิ่งหวาก็กำลังยกถ้วยสุราขึ้นดื่ม หลังจากมื้ออาหารแล้วฉินซินถึงมานั่งลงข้างๆ หยิบฉินออกม มาบรรเลงดนตรีให้ทุกคนฟัง
เสียงฉินเสนาะหูดังออกมาผ่านนิ้วเรียวของนาง เวียนวนอยู่ท่ามกลางร้านอาหารแห่งนี้ แม้แต่คนที่อยู่บนถนนใหญ่ด้านล่างก็ได้ยินเสียงฉินเช่นกัน เพียงแต่ได้ยินเสียงฉินดังมา ทว่าก กลับไม่รู้ว่าดังมาจากที่ใด ยิ่งมองไม่เห็นว่าใครกำลังบรรเลงฉินอยู่…
ยามดึกสงัด พวกเขาคิดบัญชีเต